ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ (CAU) เป็นบริการจากบริษัทบัตรเครดิตและเกตเวย์การชําระเงิน เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันของบัตรเครดิตและบัตรเดบิต เมื่อข้อมูลการชําระเงินของลูกค้าเปลี่ยนแปลงเนื่องจากบัตรกําลังจะหมดอายุหรือมีการเปลี่ยนบัตรใหม่ CAU จะอัปเดตรายละเอียดบัตรในระบบของธุรกิจโดยอัตโนมัติ CAU ช่วยลดการหยุดชะงักในการชําระเงินเนื่องจากข้อมูลบัตรไม่เป็นปัจจุบัน และมีประโยชน์สําหรับธุรกิจที่ดําเนินธุรกิจด้วยการชําระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า หรือ การชําระเงินตามรอบบิล
ด้านล่างนี้เราจะอธิบายสิ่งที่ธุรกิจต้องรู้เกี่ยวกับการใช้บริการนี้ ซึ่งได้แก่ วิธีการทํางานของ CAU, ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น และวิธีที่ระบบเหล่านี้จะทำงานร่วมกับระบบการชำระเงินโดยรวม
บทความนี้ให้ข้อมูลอะไรบ้าง
- ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติมีการทํางานอย่างไร
- ประโยชน์ของการใช้ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ
- ความท้าทายของการใช้ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ
- วิธีเลือกและนำระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติไปใช้
ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติมีการทํางานอย่างไร
ธุรกิจจะใช้ CAU เมื่อทราบว่าข้อมูลบัตรของลูกค้าไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากบัตรหมดอายุ ออกบัตรใหม่ การปิดบัญชี หรือการอัปเกรดบัตร คุณสมบัติหลักของบริการ CAU คือลูกค้าและธุรกิจแทบไม่ต้องทำอะไรเลยหรือทำเพียงเล็กน้อยในการรับรายละเอียดของบัตรใหม่ โดยบริการจะใช้เครือข่ายบัตรเครดิต ผู้ประมวลผลการชําระเงิน และธนาคารที่ออกบัตรแทน เนื่องจากบริการนี้เกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลการเงินที่ละเอียดอ่อน กระบวนการนี้จึงอยู่ภายใต้ระเบียบการรักษาความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกําหนดที่เข้มงวด เช่น มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสําหรับอุตสาหกรรมบัตรชําระเงิน (PCI DSS) โปรโตคอลเหล่านี้มีความจําเป็นต่อการปกป้องข้อมูลของเจ้าของบัตร
CAU ให้บริการโดยบัตรเครดิต และแม้ว่าระบบเหล่านี้จะทํางานด้วยวิธีที่คล้ายกัน แต่ก็ยังมีระบบและขั้นตอนที่เฉพาะเจาะจงสําหรับบริการของแต่ละบริษัท ตัวอย่างเช่น CAU ระบบอัปเดตข้อมูลบัญชีอัตโนมัติของ Visa และ CAU ระบบอัปเดตการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติของ Mastercard จะใช้ระเบียบวิธีที่แตกต่างกันในการอัปเดตข้อมูลบัตร โดย Mastercard ใช้โมเดลแบบพุช/พูล ขณะที่ Visa ได้รับการอัปเดตโดยตรงผ่านสถาบันที่เข้าร่วม
ด้านล่างนี้เป็นการแสดงขั้นตอนทั่วไปในการดําเนินการของ CAU
คําขอจากธุรกิจ: เมื่อธุรกิจตรวจพบความจําเป็นที่จะต้องอัปเดตข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้า ธุรกิจจะเริ่มส่งคําขอไปที่ผู้ประมวลผลการชําระเงิน โดยระบุรายละเอียดบัตรที่มีอยู่ของลูกค้า ผู้ประมวลผลการชําระเงินจะดําเนินการในฐานะคนกลาง โดยส่งต่อคําขอนี้ไปยังเครือข่ายบัตรเครดิตที่เหมาะสม (เช่น Visa, Mastercard, American Express) เมื่อได้รับ รายละเอียดเฉพาะที่จะต้องระบุไว้ในคําขอเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามเครือข่าย และผู้ประมวลผลการชําระเงินมีหน้าที่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคําขอที่ส่งต่ออยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมและประกอบด้วยข้อมูลที่จําเป็นทั้งหมด
คําขอเครือข่ายบัตรเครดิต: เมื่อได้รับคําขอจากผู้ประมวลผลการชําระเงิน เครือข่ายบัตรเครดิตจะติดต่อสถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตของลูกค้าหรือที่เรียกว่า ธนาคารที่ออกบัตร ธนาคารจะยืนยันคําขอ ตรวจสอบบันทึกของธนาคาร และดึงรายละเอียดของบัตรที่เป็นปัจจุบันที่สุด รวมถึงหมายเลขบัญชีและวันหมดอายุ จากนั้นธนาคารจะส่งข้อมูลนี้กลับไปยังเครือข่ายบัตรเครดิต
การส่งข้อมูลที่ปลอดภัย: หลังจากได้รับข้อมูลบัตรใหม่จากธนาคารที่ออกบัตรแล้ว เครือข่ายบัตรเครดิตจะส่งข้อมูลนี้ต่อไปให้ผู้ประมวลผลการชําระเงินผ่านช่องทางที่ปลอดภัยซึ่งปกป้องข้อมูลทางการเงินที่ละเอียดอ่อนของลูกค้า
การอัปเดตบันทึกของธุรกิจ: หลังจากได้รับข้อมูลบัตรที่อัปเดตแล้ว ผู้ประมวลผลการชําระเงินจะอัปเดตบันทึกของธุรกิจให้สอดคล้องกัน ซึ่งทําให้ธุรกิจสามารถประมวลผลธุรกรรมในอนาคตด้วยรายละเอียดบัตรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของลูกค้า ผู้ประมวลผลการชําระเงินบางรายมีกลไกการอัปเดตอัตโนมัติที่จะทริกเกอร์การอัปเดตบันทึกของธุรกิจแบบทันที ธุรกิจจะได้รับแจ้งเมื่อเพิ่มรายละเอียดบัตรใหม่แล้ว และอาจได้รับรายงานที่สรุปข้อมูลเกี่ยวกับบัตรของลูกค้าที่มีการอัปเดต และสาเหตุของการอัปเดตเหล่านี้ด้วย
การอัปเดตฐานข้อมูล: เครือข่ายบัตรเครดิตและผู้ประมวลผลการชําระเงินยังดูแลฐานข้อมูลที่เก็บข้อมูลบัตรเครดิตของลูกค้าด้วย ฐานข้อมูลเหล่านี้จะอัปเดตโดยใช้รายละเอียดของบัตรใหม่เมื่อได้รับจากธนาคารที่ออกบัตรแล้ว
ประโยชน์ในการใช้ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ
ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติมีความสําคัญกับธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับการชําระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า เช่น บริการแบบสมัครสมาชิกหรือแพ็กเกจผ่อนชําระ ฟีเจอร์สำคัญของ CAU คือการช่วยป้องกันธุรกรรมที่ไม่สําเร็จเนื่องจากข้อมูลบัตรไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งช่วยมอบกระแสรายรับที่เสถียรสําหรับธุรกิจและมอบบริการที่ไม่หยุดชะงักให้กับลูกค้าของธุรกิจ บัตรเครดิตจะผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในวงจรการที่ต่อเนื่อง ได้แก่ การหมดอายุ การออกบัตรใหม่เนื่องจากเกิดทำหายหรือถูกขโมย การปิดบัญชี และการอัปเกรด ธุรกิจที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลบัตรที่ถูกต้องเป็นเวลานานจึงต้องมีระบบสําหรับติดตามเหตุการณ์เหล่านี้ เช่น CAU
ธุรกิจที่ใช้ CAU อาจได้รับประโยชน์ด้านการปฏิบัติงานดังต่อไปนี้
ธุรกรรมที่ถูกปฏิเสธการชําระเงินน้อยลง: บัตรเครดิตส่วนใหญ่จะหมดอายุทุกๆ 3-5 ปี ทําให้ธุรกิจเสียรายได้เมื่อลูกค้าลืมอัปเดตรายละเอียดบัตร การเก็บรักษารายละเอียดของบัตรในปัจจุบันจะทําให้ CAU เพิ่มอัตราความสําเร็จของธุรกรรม ช่วยป้องกันการรั่วไหลของรายได้ และส่งเสริมกระแสเงินสดและรายรับที่สม่ำเสมอ ซึ่งช่วยยกระดับสถานะทางการเงินโดยรวม และช่วยให้ธุรกิจต่างๆ มีการคาดการณ์และการวางแผนทางการเงินที่ถูกต้องมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Postmates มีการเพิ่มขึ้น 1.72% จาก CAU ทําให้มีรายรับเพิ่มขึ้น 60 ล้านดอลลาร์ภายใน 1 ปี
การส่งมอบบริการอย่างต่อเนื่อง: สําหรับธุรกิจที่ดําเนินงานในรูปแบบการสมัครใช้บริการหรือผ่านแพ็กเกจผ่อนชําระ ความต่อเนื่องในการให้บริการคือกุญแจสําคัญ CAU ช่วยรักษาความต่อเนื่องนี้โดยทำให้แน่ใจว่าบริการจะไม่หยุดชะงักเนื่องจากข้อมูลบัตรเครดิตไม่เป็นปัจจุบัน
ภาระด้านธุรการลดลง: การติดตามและการอัปเดตข้อมูลบัตรเครดิตด้วยตนเองเป็นงานที่ใช้ทรัพยากรมาก ระบบอัปเดตจะลดภาระงานที่ยุ่งยากซึ่งต้องดําเนินการด้วยตนเอง เป็นการเพิ่มทรัพยากรที่มีคุณค่าให้กับกิจกรรมที่สร้างรายรับ นอกจากนี้ ระบบอัปเดตยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านธุรการ ประหยัดเงินให้กับธุรกิจในการป้อนข้อมูลด้วยตัวเอง การสอบถามข้อมูลจากฝ่ายสนับสนุนลูกค้า และค่าธรรมเนียมการดึงเงินคืน
การรักษาลูกค้าที่ดีขึ้น: ขั้นตอนการเรียกเก็บเงินที่ราบรื่นคือปัจจัยสําคัญในการรักษาลูกค้าในโมเดลธุรกิจแบบสมัครสมาชิกหรือการชําระเงินตามแบบแผนล่วงหน้า และปัญหาการชําระเงินที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอาจทําให้ลูกค้าไม่พอใจ และเลิกใช้บริการ/ซื้อสินค้าในท้ายที่สุด ครึ่งของการเลิกใช้บริการเกิดจากการชําระเงินที่ไม่สําเร็จที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น บัตรหมดอายุ และตัวอัปเดตข้อมูลสามารถลดอัตราการเลิกใช้บริการลงได้โดยการรักษาอัตราการสมัครใช้บริการให้คงที่ และสร้างความเสถียรให้กับกระแสรายรับตามแบบแผนล่วงหน้า นอกจากนี้ CAU ยังช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าโดยการลดการหยุดชะงักของการชําระเงินให้น้อยที่สุด และการจัดการอัปเดตบัญชีโดยไม่ต้องติดต่อลูกค้า ซึ่งบางครั้งลูกค้าอาจมองว่าเป็นการรบกวนหรือทำให้ไม่สะดวก
การความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง: การจัดเก็บและการอัปเดตบัตรด้วยตัวเองทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดข้อมูลสูงยิ่งขึ้น ระบบอัปเดตจะจัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอย่างปลอดภัย ลดการโจมตี และดูแลการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ PCI DSS ระบบอัปเดตจะระบุกิจกรรมที่น่าสงสัยในเชิงรุกด้วย ซึ่งช่วยการลดการฉ้อโกง ความสูญเสีย และช่วยปกป้องธุรกิจได้มากขึ้นด้วยการแทนที่รายละเอียดบัญชีของบัตรที่ไม่เป็นปัจจุบันโดยทันที ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง
ความสามารถในการขยายที่สูงขึ้น: เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ปริมาณธุรกรรมและข้อมูลลูกค้าที่ต้องจัดการก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ CAU จะขยายไปพร้อมธุรกิจ โดยจะจัดการธุรกรรมจํานวนมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเพิ่มการประมวลผลด้วยตัวเอง
โอกาสในการทําการตลาดที่ดีขึ้น: ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มการอัปเดตบัตรของระบบอัปเดตจะให้ข้อมูลสําคัญเกี่ยวกับลูกค้ากลุ่มลูกค้า รูปแบบการเลิกใช้บริการ และพฤติกรรมการใช้จ่าย ซึ่งช่วยให้บริษัทปรับแต่งแคมเปญการตลาดให้เหมาะกับลูกค้าและเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าได้
ความท้าทายในการใช้ระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ
แม้ CAU จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็อาจมาพร้อมกับความท้าทาย ต่อไปนี้คือด้านสําคัญๆ ที่อาจเกิดความท้าทายขึ้นกับ CAU
การผสานการทํางาน: การผสานการทํางาน CAU เข้ากับระบบการชําระเงินที่มีอยู่อาจมีความซับซ้อนทางเทคนิค โดยเฉพาะสําหรับธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีประสิทธิภาพ การตรวจสอบว่า CAU ที่เลือกนั้นใช้ได้กับแพลตฟอร์มการประมวลผลการชําระเงิน อาจต้องใช้ความเชี่ยวชาญและทรัพยากรทางเทคนิคอย่างมาก
ค่าใช้จ่าย: การนําบริการ CAU มาใช้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น การสมัครใช้บริการ ค่าใช้จ่ายด้านการเชื่อมต่อระบบและการบํารุงรักษา รวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่เป็นไปได้ สําหรับธุรกิจบางแห่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ควรเป็นข้อควรพิจารณาที่สําคัญ
การรักษาความปลอดภัย: ธุรกิจจะต้องประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของบริการ CAU เมื่อต้องจัดการข้อมูลการชําระเงินที่ละเอียดอ่อนของลูกค้า การจัดการข้อกําหนดด้านการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสําหรับธุรกิจที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ
ความน่าเชื่อถือ: การใช้บริการ CAU ของบริษัทอื่นทำให้เกิดความจำเป็นในการพึ่งพา หากผู้ให้บริการประสบปัญหาระบบหยุดทํางาน ปัญหาทางเทคนิค หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อกําหนดการให้บริการ อาจส่งผลต่อความสามารถในการประมวลผลการชําระเงินของธุรกิจได้
ความยืดหยุ่น: ธุรกิจที่มีความต้องการด้านการปฏิบัติงานอย่างเฉพาะเจาะจงอาจต้องหา CAU ที่เหมาะสม CAU บางอย่างมีตัวเลือกในการปรับแต่งที่จํากัดเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ประเภทของธุรกรรมที่ครอบคลุม เครือข่ายบัตรที่รองรับ และความถี่ในการอัปเดตระเบียน
ข้อผิดพลาดทางเทคนิค: เช่นเดียวกับโซลูชั่นทางเทคโนโลยีใดๆ CAU ก็มีโอกาสที่จะพบข้อบกพร่องทางเทคนิคหรือข้อผิดพลาดของระบบ ซึ่งอาจส่งผลให้มีการอัปเดตที่ไม่ถูกต้องหรือพลาดการอัปเดต ซึ่งทําให้ธุรกรรมถูกปฏิเสธและลูกค้าไม่พอใจ
วิธีเลือกและนำระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติไปใช้
Visa, Mastercard, American Express และ Discover ต่างก็มีบริการระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติในเวอร์ชันของตน American Express และ Discover มีแนวโน้มที่จะมีเส้นทางที่ตรงกว่าในการลงทะเบียนใช้บริการ CAU ขณะที่ Visa และ Mastercard กำหนดให้ต้องลงทะเบียนผ่านสถาบันผู้รับบัตร สถาบันผู้ออกบัตร หรือผู้ประมวลผลการชำระเงินเพื่อยืนยันว่าระบบใช้งานร่วมกันได้กับบริการของตน
การสมัครใช้บริการ CAU ผ่านผู้ประมวลผลการชำระเงินมีข้อดีหลายประการ โดยผู้ให้บริการเกตเวย์การชำระเงิน เช่น Stripe มักมีบริการอัปเดตบัญชีในตัวพร้อมโซลูชันประมวลผลการชำระเงินอยู่แล้ว และจะดูแลด้านเทคนิคทั้งในการเชื่อมต่อและบำรุงรักษาระบบ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่อาจไม่มีทรัพยากรหรือความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพียงพอในการจัดการกระบวนการเหล่านี้ภายในองค์กร นอกจากนี้ เกตเวย์การชำระเงินเหล่านี้ยังรองรับการอัปเดตข้ามเครือข่ายบัตรเครดิตต่างๆ ทำให้ธุรกิจได้รับโซลูชันแบบครอบคลุมซึ่งรองรับฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น
ด้านล่างนี้ระบุขั้นตอนการลงทะเบียนในบริการ CAU ผ่าน Stripe เป็นตัวอย่างของสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ติดต่อ Stripe: ธุรกิจจะเปิดใช้งาน CAU โดยอัตโนมัติสำหรับบัตรที่จัดเก็บไว้ใน Stripe หากบัตร (หรือวิธีการชำระเงินหรือทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง) ผูกกับข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว หากธุรกิจสนใจรูปแบบอื่นของการใช้ CAU เช่น การทำธุรกรรม Raw PAN แบบเรียลไทม์ สามารถติดต่อ Stripe เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่ง Stripe จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับบริการ CAU และขั้นตอนการสมัคร พร้อมสอบถามความต้องการเฉพาะของธุรกิจและวิธีที่บริการ CAU ของ Stripe สามารถตอบโจทย์ได้
ตรวจสอบโปรโตคอลด้านความปลอดภัย: ธุรกิจควรหารือเกี่ยวกับ มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของลูกค้าในระหว่างขั้นตอนการอัปเดต บริการของ Stripe เป็นไปตามตามมาตรฐาน PCI DSS และธุรกิจควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามาตรฐานดังกล่าวสอดคล้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์กรหรือไม่ก่อนดำเนินการต่อ
ผสานการทำงานกับ Stripe: Stripe มีทั้งการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) และโซลูชันแบบเขียนโค้ดเพียงเล็กน้อย ธุรกิจอาจต้องผสานการทำงานของ API ของ Stripe เข้ากับการระบบชำระเงินภายใน ซึ่งอาจต้องเขียนโปรแกรมเพื่อสร้างการเชื่อมต่อระหว่างระบบและบริการอัปเดตบัญชีของ Stripe ในบางกรณี Stripe อาจรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบไฟล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งและรับไฟล์ข้อมูลที่มีข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อให้ ระบบของ Stripe ประมวลผล
ทดสอบฟังก์ชันการทำงาน: หลังจากการผสานการทำงาน ธุรกิจควรทําการทดสอบอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าการผสานการทำงานทำงานอย่างถูกต้อง กรณีนี้ควรมีการทดสอบสถานการณ์จำลองต่างๆ เช่น การหมดอายุของบัตร การออกบัตรใหม่ และการเปลี่ยนแปลงบัญชี เพื่อยืนยันว่าบริการระบบอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติมีการอัปเดตข้อมูลนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
การฝึกอบรมทีม: ธุรกิจควรให้การฝึกอบรมแก่สมาชิกทีมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีทำงานของ CAU ของ Stripe และวิธีจัดการกับคำถามของลูกค้าที่เกี่ยวข้อง ให้ความรู้แก่ทีมเกี่ยวกับผลกระทบของ CAU ที่มีต่อขั้นตอนทางธุรกิจ และวิธีใช้ประโยชน์จากบริการในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน
การติดตามประสิทธิภาพ: ธุรกิจควรตรวจสอบประสิทธิภาพของบริการ CAU ของ Stripe ในแดชบอร์ดอย่างสม่ำเสมอ โดยดูจากตัวชี้วัดต่างๆ เช่น อัตราการปฏิเสธธุรกรรมที่ลดลง และอัตราการการอนุมัติการชำระเงินที่เพิ่มขึ้น หากบริการ CAU ของ Stripe ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ธุรกิจต้องการ ก็สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ CAU ของ Stripe ซึ่งเรียกว่า "การอัปเดตบัตรอัตโนมัติ" ด้านล่าง
การอัปเดตอัตโนมัติแบบเรียลไทม์: ลูกค้าที่จัดเก็บรายละเอียดบัตรของตนไว้กับธุรกิจที่ใช้ Stripe จะได้รับการอัปเดตข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อได้บัตรใหม่โดยไม่จำเป็นต้องป้อนรายละเอียดอีกครั้ง เมื่อเร็วๆ นี้ Stripe ได้เปิดตัวการอัปเดตแบบเรียลไทม์ซึ่งพร้อมให้บริการสำหรับ Visa ในสหราชอาณาจักรและยุโรป และสำหรับ Mastercard ทั่วโลก โดยมีแผนที่จะขยายไปยังการอัปเดต American Express ในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม หากการเรียกเก็บเงินถูกปฏิเสธ เราอาจส่งคำขออัปเดตแบบเรียลไทม์และลองชำระเงินอีกครั้งทันทีด้วยรายละเอียดที่อัปเดต (หากมี) ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์เป็นพิเศษในกรณีที่รายละเอียดบัตรมีการเปลี่ยนแปลง ณ ขณะทำธุรกรรม
รองรับเครือข่ายบัตรมากมาย: บริการนี้รองรับบัตรที่ออกในสหรัฐอเมริกาส่วนใหญ่จากเครือข่ายชั้นนำ เช่น American Express, Visa, Mastercard และ Discover การรองรับในระดับสากลของการอัปเดตบัตรอัตโนมัติอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเทศและการเข้าร่วมเครือข่ายของบริษัทผู้ออกบัตร
การจัดการการเรียกเก็บเงินและการชำระเงินตามรอบบิล: CAU ของ Stripe ผสานการทำงานกับบริการเรียกเก็บเงินและ[การจัดการการชำระเงินตามรอบบิล] ทำให้เป็นโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับธุรกิจที่มีการเรียกเก็บเงินเป็นประจำหรือรายเดือน
ค่าบริการ: Stripe ได้อัปเดต ค่าบริการ สำหรับระบบอัปเดตข้อมูลบัตรอัตโนมัติ ในเดือนตุลาคม 2023
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ