คำอธิบายภาษีส่งออก: วิธีการทำงาน ผู้ที่ต้องจ่ายภาษีนี้ และเหตุผลที่ทำให้ภาษีนี้เป็นเรื่องสำคัญ

Tax
Tax

Stripe Tax จะทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีทั่วโลกเป็นไปโดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้คุณไปมุ่งเน้นกับการขยายธุรกิจ โดยจะระบุภาระหน้าที่ทางภาษีของคุณ จัดการการจดทะเบียน คำนวณและเรียกเก็บภาษีด้วยจำนวนที่ถูกต้องทั่วโลก และช่วยในการยื่นภาษี ทั้งหมดนี้ทำได้ในที่เดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ภาษีส่งออกคืออะไร
  3. ภาษีส่งออกทำงานอย่างไร
  4. ใครมีหน้าที่ในการจ่ายภาษีส่งออก
  5. ทำไมรัฐบาลจึงเรียกเก็บภาษีส่งออก
  6. สินค้าใดบ้างที่มักต้องเสียภาษีส่งออก
  7. การเก็บภาษีส่งออกที่พรมแดนมีวิธีอย่างไร
  8. ภาษีส่งออกต่างจากอากรขาเข้าอย่างไร
  9. Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

ประเทศที่มีภาษีส่งออกมีมากกว่า 30 ประเทศ แต่กลับเป็นค่าใช้จ่ายที่มักถูกมองข้ามในการค้าระหว่างประเทศยุคใหม่ ภาษีเหล่านี้ถูกจัดเก็บโดยประเทศที่ส่งออก และเป็นตัวกำหนดทิศทางการเคลื่อนย้ายสินค้าทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งมักปรากฏขึ้นในช่วงท้ายของขั้นตอนการขนส่ง โดยมีโอกาสปรับเปลี่ยนได้น้อยมาก

ด้านล่างนี้ เราจะพาไปดูวิธีการทำงานของภาษีส่งออก วิธีบังคับใช้ของศุลกากรที่ชายแดน และข้อแตกต่างระหว่างภาษีส่งออกกับอากรขาเข้า

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ภาษีส่งออกคืออะไร
  • ภาษีส่งออกทำงานอย่างไร
  • ใครมีหน้าที่ในการจ่ายภาษีส่งออก
  • ทำไมรัฐบาลจึงเรียกเก็บภาษีส่งออก
  • สินค้าใดบ้างที่มักต้องเสียภาษีส่งออก
  • การเก็บภาษีส่งออกที่พรมแดนมีวิธีอย่างไร
  • ภาษีส่งออกต่างจากอากรขาเข้าอย่างไร
  • Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

ภาษีส่งออกคืออะไร

ภาษีส่งออก คือ เงินที่รัฐบาลเรียกเก็บจากสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ เมื่อนำออกนอกประเทศ หากคุณส่งออกสินค้าและประเทศของคุณเรียกเก็บภาษีส่งออก คุณก็จะต้องชำระภาษีดังกล่าวก่อนจึงจะนำสินค้านั้นๆ ออกจากประเทศได้

ภาษีส่งออกทำงานอย่างไร

ภาษีส่งออกจะมีการบังคับใช้ในขณะที่สินค้าข้ามพรมแดน ภาษีดังกล่าวจะรวมอยู่ในขั้นตอนพิธีการศุลกากรขาออกและบริหารจัดการโดยหน่วยงานศุลกากร รัฐบาลจะระบุสินค้าที่ต้องเสียภาษีนี้ วิธีการคำนวณอัตราภาษี และเวลาที่มีผลบังคับใช้ โดยอัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลาและอาจแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า ระดับการแปรรูป ประเทศปลายทาง หรือสภาวะทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

โดยทั่วไปแล้ว ก่อนที่สินค้าจะออกจากประเทศได้ ผู้ส่งออกก็จะต้องส่งใบขนสินค้าขาออกไปยังศุลกากร เอกสารนี้จะอธิบายตัวสินค้า เช่น การจำแนกประเภท ปริมาณ และมูลค่า ศุลกากรจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อพิจารณาว่าต้องคิดภาษีส่งออกหรือไม่ และต้องจ่ายภาษีดังกล่าวเท่าใด ภาษีส่งออกบางอย่างจะคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากมูลค่าสินค้า แต่บางประเทศก็จะเรียกเก็บเป็นจำนวนเงินคงที่ต่อรายการ โดยในหลายกรณี สินค้าที่เป็นวัตถุดิบหรือผ่านการแปรรูปน้อยมากจะมีการเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าสินค้าสำเร็จรูป

หากไม่ชำระภาษีนี้ ศุลกากรก็จะกักสินค้าไว้ แต่เมื่อชำระแล้ว ภาษีก็จะรวมอยู่ในฐานต้นทุนของผู้ส่งออก ซึ่งมักส่งผลต่อราคา ส่วนต่างกำไร หรือข้อตกลงในสัญญาได้ ทั้งนี้ รัฐบาลอาจเพิ่ม ลด ระงับ หรือนำภาษีดังกล่าวกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อรับมือในภาวะที่ขาดแคลนสินค้า ราคาผันผวน หรือมีแรงกดดันทางการคลัง ธุรกิจต่างๆ ซึ่งส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องคอยติดตามดูการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อยู่เสมอ

ใครมีหน้าที่ในการจ่ายภาษีส่งออก

ประเทศที่ส่งออกจะเป็นผู้เรียกเก็บภาษีส่งออก หน่วยงานของรัฐจะเก็บภาษีนี้โดยตรงจากผู้ที่ส่งออกหรือตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้ง ภาษีส่งออกจะต้องชำระก่อนการจัดส่ง ซึ่งแตกต่างจากอากรขาเข้าที่ผู้นำเข้าในประเทศปลายทางจะเป็นผู้ชำระ

แม้ว่าผู้ส่งออกจะผลักภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผ่านการขึ้นราคาหรือแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวไว้เองโดยมีส่วนต่างกำไรน้อยลงก็ได้ แต่การตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงภาระหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะแม้ว่าสัญญาจะเปลี่ยนค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายไป แต่ศุลกากรก็ยังคงกำหนดให้ผู้ส่งออกเป็นฝ่ายชำระภาษีนี้อยู่ดี และเนื่องจากภาษีนี้คิดจากสินค้าก่อนนำออกนอกประเทศ ภาษีนี้จึงมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ส่งออกในเรื่องราคาและกำไร

ทำไมรัฐบาลจึงเรียกเก็บภาษีส่งออก

ภาษีส่งออกช่วยให้รัฐบาลต่างๆ สามารถกำหนดวิธีเคลื่อนย้ายสินค้าออกนอกประเทศและวิธีใช้งานสินค้าภายในประเทศ วิธีนี้อาจส่งผลต่อตลาดภายในประเทศได้โดยการเปลี่ยนแปลงกลไกทางเศรษฐกิจในการส่งออกสินค้าบางอย่างโดยเฉพาะ

การเรียกเก็บภาษีส่งออกมีประโยชน์ในเรื่องต่อไปนี้

  • สร้างรายได้ภาครัฐ: เมื่อทั่วโลกมีความต้องการสูง (โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ) ภาษีส่งออกจะช่วยให้รัฐบาลมีรายได้ส่วนหนึ่งจากมูลค่าดังกล่าว

  • ปกป้องอุปทานภายในประเทศ: เมื่อการส่งออกมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น รัฐบาลก็จะทำให้สินค้าต่างๆ ที่สำคัญต่อผู้บริโภคหรืออุตสาหกรรมภายในประเทศหลั่งไหลออกนอกประเทศช้าลงได้

  • จำกัดการขึ้นราคาภายในประเทศ: เมื่อสินค้าส่งออกต้องแข่งขันกับสินค้าภายในประเทศ การเก็บภาษีสินค้าส่งออกก็จะช่วยลดความต้องการขึ้นราคาได้ ซึ่งพบได้บ่อยกับสินค้าจำพวกอาหาร เชื้อเพลิง และสิ่งจำเป็นอื่นๆ

  • ผลักดันการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า: การเก็บภาษีจากสินค้าที่เป็นวัตถุดิบหรือผ่านการแปรรูปเพียงเล็กน้อยอาจช่วยให้การแปรรูปภายในประเทศเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากขึ้น วิธีนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในการกลั่น การผลิต หรือการดำเนินการอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าภายในประเทศ

  • ช่วยให้รับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้เร็ว: เนื่องจากภาษีส่งออกปรับเปลี่ยนค่อนข้างง่าย จึงใช้เป็นนโยบายเร่งด่วนในการรับมือกับเงินเฟ้อ การหยุดชะงักของอุปทาน หรือความต้องการด้านงบประมาณในระยะสั้นได้

สินค้าใดบ้างที่มักต้องเสียภาษีส่งออก

ภาษีส่งออกมักจะถูกนำไปใช้กับสินค้าเพียงบางประเภทเท่านั้น ไม่ได้ใช้กับสินค้าทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจ โดยมักจะเน้นใช้กับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหาร หรืออุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์

สินค้าที่มักต้องเสียภาษีส่งออกมีดังนี้

  • ทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบ: น้ำมัน แก๊สธรรมชาติ แร่ธาตุ แร่โลหะ ถ่านหิน และทรัพยากรสกัดอื่นๆ มักเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีส่งออก เนื่องจากเป็นที่ต้องการทั่วโลกและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ

  • สินค้าเกษตร: พืชหลักและพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าวสาลี ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง น้ำตาล กาแฟ และโกโก้ มักมีการเก็บภาษีเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรจากการส่งออกกับความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ

  • สินค้าจากป่าไม้: ไม้ซุง ไม้ดิบ และสินค้าจากไม้ที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปอื่นๆ มักถูกเก็บภาษีเพื่อส่งเสริมงานกัดไม้ภายในประเทศ การผลิตเฟอร์นิเจอร์ หรือการผลิตกระดาษ แทนที่จะส่งออกไม้ดิบ

  • สินค้าจากการประมงและอาหารทะเล: ปลา อาหารทะเล และสินค้าจากทะเลบางชนิดอาจต้องเสียภาษีส่งออก ในกรณีที่มีข้อกังวลด้านความยั่งยืน ปริมาณสินค้าภายในประเทศ หรือเสถียรภาพด้านราคา และมักจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์หรือสินค้าบางรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง

  • สินค้าจากสัตว์และสินค้าพลอยได้: ในบางครั้ง หนังดิบ หนัง ขนสัตว์ และวัสดุที่คล้ายคลึงกันก็มีการเก็บภาษีเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องหนังหรือสิ่งทอภายในประเทศ

ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์ที่มีการแปรรูปสูงจะมีโอกาสน้อยลงมากที่จะถูกเก็บภาษี เพราะรัฐบาลต้องการส่งเสริม (ไม่ใช่จำกัด) การส่งออก

การเก็บภาษีส่งออกที่พรมแดนมีวิธีอย่างไร

ภาษีส่งออกจะมีการบังคับใช้ผ่านระบบศุลกากรเดียวกันกับที่กำกับดูแลการเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามพรมแดน โดยจะมีการประเมิน เรียกเก็บ และผ่านพิธีการศุลกากรก่อนที่พัสดุจะได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้นำออกนอกประเทศได้

วิธีเก็บภาษีส่งออกที่มักใช้ที่พรมแดนเป็นดังนี้

  • ใบขนสินค้าขาออกเป็นตัวเริ่มการประเมิน: ผู้ส่งออกจะส่งใบขนสินค้าขาออกไปยังศุลกากร ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า การจำแนกประเภท มูลค่า ปริมาณ และประเทศปลายทาง

  • ศุลกากรจะคำนวณภาษีต้องจ่าย: หากสินค้าต้องเสียภาษี ศุลกากรก็จะคำนวณตามอัตราที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมักจะคิดตามมูลค่าหรือปริมาณที่สำแดง อัตราภาษีส่งออกอาจเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วโดยแจ้งอย่างกระชั้นชิด ศุลกากรจะใช้อัตราที่มีผลบังคับใช้ ณ ขณะที่ผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ซึ่งทำให้เวลาเป็นข้อควรพิจารณาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ส่งออก

  • ต้องชำระภาษีก่อนสินค้าจึงจะผ่านไปได้: หากไม่ได้ชำระภาษีหรือคำนวณภาษีผิด สินค้าอาจถูกกักไว้ที่ท่าเรือ สนามบิน หรือจุดผ่านแดนได้

ผู้ส่งออกหลายรายใช้บริการตัวแทนออกของหรือตัวแทนผู้รับขนส่งสินค้าเพื่อจัดการการยื่นและการชำระภาษี แม้ว่างานเหล่านี้จะมอบหมายให้คนอื่นทำแทนได้ แต่ผู้ส่งออกก็ยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบตามกฎหมายในการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ภาษีส่งออกต่างจากอากรขาเข้าอย่างไร

ภาษีส่งออกกับอากรขาเข้ามีวัตถุประสงค์ต่างกัน การทำความเข้าใจถึงข้อแตกต่างเป็นเรื่องสำคัญในการตั้งราคา การปฏิบัติตามข้อกำหนด และผลที่นโยบายการค้ามีต่อธุรกิจของคุณ

ข้อแตกต่างมีดังนี้

  • ผู้ที่จ่ายเป็นคนละฝ่ายกัน: ภาษีส่งออกจะจ่ายโดยผู้ส่งออก โดยจ่ายให้กับรัฐบาลของตนสำหรับสินค้าต่างๆ ที่นำออกนอกประเทศ ส่วนอากรขาเข้า คือ อากรที่เรียกเก็บจากสินค้าต่างๆ ที่เข้ามาในประเทศ และผู้นำเข้าจะเป็นคนจ่ายให้กับรัฐบาลของประเทศปลายทาง

  • ส่งผลต่อธุรกรรมต่างประเภทกัน: อากรขาเข้าเป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้กันเป็นมาตรฐานในการค้าโลก ส่วนภาษีส่งออกจะพบได้น้อยกว่าอากรขาเข้ามากในขณะนี้ และมักจะจำกัดเฉพาะสินค้าบางอย่างหรือบางภาคส่วนเท่านั้น

  • ส่งผลต่อการตั้งราคาแบบตรงข้ามกัน: อากรขาเข้าจะทำให้ต้นทุนของสินค้าจากต่างประเทศในตลาดภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ส่วนภาษีส่งออกจะทำให้ต้นทุนของสินค้าภายในประเทศสูงขึ้นในตลาดระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ปริมาณการส่งออกลดลงหรือทำให้ผู้ส่งออกมีส่วนต่างกำไรน้อยลง

  • ได้รับการจัดการต่างกันภายใต้กฎการค้า: ภาษีนำเข้าจะมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดตามข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ ส่วนภาษีส่งออกมักจะมีข้อจำกัดน้อยกว่า ซึ่งทำให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนภาษีดังกล่าวอย่างรวดเร็วได้ยืดหยุ่นมากขึ้น

Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระผูกพันของคุณและแจ้งเตือนเมื่อคุณเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังคำนวณและเรียกเก็บภาษีการขาย VAT และ GST โดยอัตโนมัติทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัล ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ

เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา

Stripe Tax สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe

  • จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: ให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีทั่วโลกแทนคุณ และรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้นซึ่งจะกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้า ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น

  • เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี

  • ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Tax

Tax

ช่วยให้คุณทราบพื้นที่ที่ต้องจดทะเบียน เรียกเก็บภาษีในจำนวนที่ถูกต้องได้โดยอัตโนมัติ ตลอดจนเข้าถึงรายงานที่ใช้สำหรับยื่นเงินคืนภาษี

Stripe Docs เกี่ยวกับ Tax

เรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST รวมทั้งสร้างรายงานธุรกรรมทั้งหมดของคุณแบบอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมต่อระบบโดยเขียนโค้ดเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเขียนโค้ดเลย
Proxying: stripe.com/th/resources/more/export-tax-explained