การอธิบายอัตรา GST ของสิงคโปร์สำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าในสิงคโปร์

Tax
Tax

Stripe Tax จะทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีทั่วโลกเป็นไปโดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้คุณไปมุ่งเน้นกับการขยายธุรกิจ โดยจะระบุภาระหน้าที่ทางภาษีของคุณ จัดการการจดทะเบียน คำนวณและเรียกเก็บภาษีด้วยจำนวนที่ถูกต้องทั่วโลก และช่วยในการยื่นภาษี ทั้งหมดนี้ทำได้ในที่เดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. อัตรา GST ของสิงคโปร์คือเท่าไร
  3. GST ของสิงคโปร์ทำงานอย่างไร
  4. สินค้าและบริการใดบ้างที่ต้องเสีย GST ในสิงคโปร์
    1. สินค้าและบริการอัตรามาตรฐาน
    2. สินค้าและบริการอัตราเป็นศูนย์
    3. สินค้าและบริการที่ได้รับการยกเว้น
    4. สินค้าและบริการที่อยู่นอกขอบเขต
  5. ธุรกิจต้องจดทะเบียน GST ในสิงคโปร์เมื่อใด
  6. การจดทะเบียน GST ในสิงคโปร์มีขั้นตอนอย่างไร
  7. การจดทะเบียน GST สำหรับธุรกิจต่างประเทศหรือธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกประเทศมีขั้นตอนอย่างไร
  8. ธุรกิจสามารถจดทะเบียน GST โดยสมัครใจได้หรือไม่
  9. ความแตกต่างระหว่าง GST และภาษีมูลค่าเพิ่มในสิงคโปร์คืออะไร
  10. Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

ภาษีสินค้าและบริการ (GST) ของสิงคโปร์มีผลต่อวิธีที่ธุรกิจกำหนดราคา ขายสินค้า และเติบโตในหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ข้อกำหนดเกี่ยวกับ GST ใช้กับทั้งธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ และสิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน

ด้านล่างนี้ เราจะอธิบายอัตรา GST ปัจจุบันของสิงคโปร์ ช่วงเวลาที่ต้องจดทะเบียน และวิธีการปฏิบัติต่อการขายข้ามพรมแดน

เนื้อหาหลักในบทความ

  • อัตรา GST ของสิงคโปร์คือเท่าไร
  • GST ของสิงคโปร์ทำงานอย่างไร
  • สินค้าและบริการใดบ้างที่ต้องเสีย GST ในสิงคโปร์
  • ธุรกิจต้องจดทะเบียน GST ในสิงคโปร์เมื่อใด
  • การจดทะเบียน GST ในสิงคโปร์มีขั้นตอนอย่างไร
  • การจดทะเบียน GST สำหรับธุรกิจต่างประเทศหรือธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกประเทศมีขั้นตอนอย่างไร
  • ธุรกิจสามารถจดทะเบียน GST โดยสมัครใจได้หรือไม่
  • ความแตกต่างระหว่าง GST และภาษีมูลค่าเพิ่มในสิงคโปร์คืออะไร
  • Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

อัตรา GST ของสิงคโปร์คือเท่าไร

GST ของสิงคโปร์อยู่ที่ 9% นี่คืออัตรามาตรฐานที่ใช้กับสินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่ต้องเสียภาษีซึ่งจำหน่ายในสิงคโปร์ GST เป็นภาษีที่ครอบคลุมกว้างขวาง มีอัตราภาษีค่อนข้างต่ำ และออกแบบมาเพื่อเก็บภาษีจากการบริโภคขั้นสุดท้ายมากกว่ากิจกรรมทางธุรกิจ

GST ของสิงคโปร์ทำงานอย่างไร

GST ใช้กับสินค้าและบริการที่จัดหาในสิงคโปร์ รวมถึงสินค้าที่นำเข้าสู่สิงคโปร์ ในปีงบประมาณ 2025 สิงคโปร์จัดเก็บรายได้จาก GST ได้ 20,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) คิดเป็นประมาณ 22% ของรายรับภาษีทั้งหมดของประเทศ

หากธุรกิจของคุณจดทะเบียน GST ในสิงคโปร์ คุณต้องเรียกเก็บ GST สำหรับสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีที่จัดหาในสิงคโปร์ แต่หากคุณไม่ได้จดทะเบียน คุณจะไม่สามารถเรียกเก็บ GST ได้ และยังไม่สามารถขอคืน GST จากค่าใช้จ่ายทางธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

GST ที่เรียกเก็บจากลูกค้าเรียกว่า ภาษีขายส่วน GST ที่จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจเรียกว่า ภาษีซื้อ เมื่อคุณยื่นแบบแสดงรายการ GST หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ คุณต้องชำระส่วนต่างให้กับกรมสรรพากรสิงคโปร์ (IRAS) แต่หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย คุณจะได้รับเงินคืน โดยราคาที่แสดงให้ลูกค้ามักจะรวม GST แล้ว และธุรกิจจะต้องแยกส่วนของ GST ออกเมื่อทำรายงานและยื่นแบบแสดงรายการ

ธุรกิจส่วนใหญ่ยื่นแบบแสดงรายการ GST เป็นรายไตรมาส แต่ธุรกิจจะมีตัวเลือกในการยื่นแบบรายเดือนได้เช่นกัน แบบแสดงรายการ GST จะรายงานภาษีขาย ภาษีซื้อรวม และจำนวนสุทธิที่ต้องชำระหรือขอคืนสำหรับช่วงเวลานั้น การจัดการ GST อย่างถูกต้องจะขึ้นอยู่กับการคำนวณภาษีที่ถูกต้อง ณ จุดชำระเงิน การออกใบแจ้งหนี้ที่ชัดเจน และการรายงานที่เชื่อถือได้

สินค้าและบริการใดบ้างที่ต้องเสีย GST ในสิงคโปร์

สินค้าและบริการจะต้องเสียภาษี เว้นแต่จะจัดอยู่ในประเภทอัตราศูนย์หรือได้รับการยกเว้น ต่อไปนี้คือหมวดหมู่หลักที่ใช้ในระบบ GST

สินค้าและบริการอัตรามาตรฐาน

สินค้าและบริการจำนวนมากที่จำหน่ายในสิงคโปร์ถูกเก็บภาษีในอัตรามาตรฐาน 9% ซึ่งรวมถึงสินค้าปลีกหลายประเภท บริการเฉพาะทาง การชำระเงินตามรอบบิลแบบดิจิทัลที่ขายภายในประเทศ ที่พัก การขายอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์

สินค้าและบริการอัตราเป็นศูนย์

สินค้าหรือบริการบางประเภทต้องเสียภาษีในอัตรา 0% ในกรณีเหล่านี้ จะไม่มีการเรียกเก็บ GST แต่ยังสามารถขอคืนภาษีซื้อได้ โดยส่วนใหญ่ครอบคลุมถึงการส่งออกสินค้าและบริการระหว่างประเทศที่เข้าเกณฑ์ เช่น เที่ยวบินจากสิงคโปร์ไปยังประเทศอื่น

สินค้าและบริการที่ได้รับการยกเว้น

ธุรกรรมบางประเภทได้รับการยกเว้นจากระบบ GST ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถเรียกเก็บหรือขอคืน GST ได้ ตัวอย่างเช่น บริการทางการเงินหลายประเภท การขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย โลหะมีค่าระดับเพื่อการลงทุน และโทเค็นการชำระเงินดิจิทัล

สินค้าและบริการที่อยู่นอกขอบเขต

ธุรกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดนอกประเทศสิงคโปร์ เช่น การขายสินค้าจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยไม่ได้นำเข้าสู่สิงคโปร์ จะไม่อยู่ภายใต้ GST และไม่นับรวมเป็นยอดรายได้สำหรับ GST

ธุรกิจต้องจดทะเบียน GST ในสิงคโปร์เมื่อใด

ธุรกิจต้องจดทะเบียน GST หากมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีเกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในรอบ 12 เดือน รายได้ที่ต้องเสียภาษีประกอบด้วยสินค้าหรือบริการที่คิดภาษีอัตราปกติและอัตราภาษีศูนย์ แต่ไม่รวมถึงสินค้าหรือบริการที่ได้รับการยกเว้นและสินค้าหรือบริการที่อยู่นอกขอบเขต

มีการทดสอบสองแบบสำหรับการจดทะเบียนภาคบังคับ ได้แก่ แบบย้อนหลังและแบบคาดการณ์ล่วงหน้า โดยแบบย้อนหลังจะพิจารณายอดรายได้จริงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่แบบคาดการณ์ล่วงหน้าจะนำมาใช้เมื่อธุรกิจคาดการณ์อย่างสมเหตุสมผลว่าจะมียอดรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

การจดทะเบียนแบบย้อนหลังจะเป็นไปตามลำดับเวลาที่กำหนด หากยอดรายได้ที่ต้องเสียภาษีเกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ภายในสิ้นปีปฏิทิน ธุรกิจจะต้องยื่นขอจดทะเบียน GST ภายในวันที่ 30 มกราคม ของปีถัดไป และการจดทะเบียนจะมีผลในวันที่ 1 มีนาคม

การจดทะเบียนแบบคาดการณ์ล่วงหน้าเกิดจากความคาดหวังมากกว่าผลลัพธ์จริง หากธุรกิจทำสัญญาหรือเข้าสู่สถานการณ์ที่ทำให้มีแนวโน้มว่าจะมียอดรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ธุรกิจจะต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่เกิดความคาดหวังนั้น

การไม่จดทะเบียนอาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง IRAS สามารถกำหนดให้การจดทะเบียนมีผลย้อนหลังไปยังเวลาที่ควรจะจดทะเบียน ซึ่งหมายความว่าอาจต้องชำระ GST สำหรับยอดขายในอดีต แม้ว่าจะไม่ได้เรียกเก็บจากลูกค้าก็ตาม โปรดทราบว่าไม่ใช่รายรับทั้งหมดที่จะนับรวมในเกณฑ์การจดทะเบียน รายรับจากรายการที่ได้รับการยกเว้น เช่น บริการทางการเงินหลายประเภทหรือการให้เช่าที่อยู่อาศัยจะไม่ถูกรวมเป็นยอดรายได้ที่ต้องเสียภาษี

การจดทะเบียน GST ในสิงคโปร์มีขั้นตอนอย่างไร

ธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนทางออนไลน์ผ่าน myTax Portal ของ IRAS โดยใช้หมายเลขนิติบุคคลเฉพาะ (UEN) ของตน และต้องกรอกรายละเอียดธุรกิจ ข้อมูลรายได้ รวมถึงเอกสารประกอบผ่านแบบฟอร์มดิจิทัลเพียงฉบับเดียว การจดทะเบียนแบบภาคบังคับและแบบสมัครใจใช้ขั้นตอนเดียวกัน แต่การสมัครแบบสมัครใจมักมีเงื่อนไขเพิ่มเติม โดย IRAS อาจขอเอกสาร เช่น ใบแจ้งหนี้ งบการเงิน สัญญา หรือประมาณการจากธุรกิจ เพื่อยืนยันตัวเลขรายได้หรือกิจกรรมทางธุรกิจ

คำสั่งหักบัญชีอัตโนมัติระหว่างธนาคาร (GIRO) ซึ่งเป็นระบบหักบัญชีโดยตรงที่ใช้กันทั่วไปในสิงคโปร์สำหรับชำระเงินให้หน่วยงานของรัฐมักเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการชำระเงินและการขอคืนเงิน โดยคำขอจำนวนมากจะได้รับการอนุมัติภายในไม่กี่สัปดาห์ หากเอกสารครบถ้วนและไม่ต้องมีการติดตามเพิ่มเติม เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว IRAS จะออกหมายเลขจดทะเบียน GST และกำหนดวันที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ธุรกิจต้องไม่เรียกเก็บ GST ก่อนวันดังกล่าว และต้องเรียกเก็บเงินสำหรับสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีทั้งหมดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป

การจดทะเบียน GST สำหรับธุรกิจต่างประเทศหรือธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกประเทศมีขั้นตอนอย่างไร

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีสถานประกอบการทางกายภาพในสิงคโปร์ก็สามารถอยู่ภายใต้ระบบ GST ได้ ภายใต้กฎการจดทะเบียนผู้ขายจากต่างประเทศ OVR) ธุรกิจต่างประเทศต้องจดทะเบียน GST หากมียอดรายได้ทั่วโลกเกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และมียอดขายให้กับลูกค้าในสิงคโปร์ที่ไม่ได้จดทะเบียน GST เกิน 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ภายในช่วงเวลา 12 เดือน ระบบนี้ใช้กับบริการดิจิทัลและสินค้ามูลค่าต่ำที่ขายตรงให้ผู้บริโภคในสิงคโปร์เป็นหลัก เช่น การชำระเงินตามรอบบิล ซอฟต์แวร์ที่ดาวน์โหลดได้ บริการสตรีมมิง และการจัดส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซที่มีมูลค่าต่ำกว่าขีดจำกัดการนำเข้า

ผู้ให้บริการจากต่างประเทศจะเรียกเก็บ GST จากลูกค้าในสิงคโปร์ในขั้นตอนการชำระเงิน และนำส่งให้ IRAS โดยจะจดทะเบียนภายใต้ระบบที่ชำระภาษีอย่างเดียว ซึ่งเน้นการเก็บและนำส่ง GST โดยไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อได้ วิธีนี้จะช่วยให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดมีความง่ายขึ้น แต่ยังคงทำให้มีการจัดเก็บภาษีได้ครบถ้วน

เมื่อมีการขายผ่านมาร์เก็ตเพลสอิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์นั้นมักจะถูกมองว่าเป็นซัพพลายเออร์สำหรับวัตถุประสงค์ด้าน GST และต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการคำนวณและนำส่งภาษี โดยทั่วไป การขายให้กับธุรกิจในสิงคโปร์ที่จดทะเบียน GST จะไม่อยู่ภายใต้กฎการจดทะเบียนผู้ให้บริการจากต่างประเทศ และอาจอยู่ภายใต้กฎการเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับแทน ภายใต้กฎการเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับ ความรับผิดชอบในการรายงาน GST จะตกอยู่กับธุรกิจลูกค้าในสิงคโปร์ แทนที่จะเป็นซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ

ธุรกิจสามารถจดทะเบียน GST โดยสมัครใจได้หรือไม่

ธุรกิจที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์การจดทะเบียนภาคบังคับยังสามารถจดทะเบียน GST ได้หากมีความสมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์สำหรับรูปแบบธุรกิจของตน การจดทะเบียนโดยสมัครใจช่วยให้ธุรกิจสามารถขอคืน GST ที่ชำระไปกับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงกระแสเงินสดได้อย่างมีนัยสำคัญสำหรับธุรกิจที่มีต้นทุนภายในประเทศสูง การจดทะเบียนโดยสมัครใจเหมาะกับธุรกิจแบบ B2B หรือธุรกิจที่เน้นการส่งออกเป็นหลัก และหากลูกค้าเป็นผู้จดทะเบียน GST หรือสินค้าหรือบริการอยู่ในอัตราศูนย์ การเรียกเก็บ GST มักจะไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านค่าบริการ

ธุรกิจที่จดทะเบียนโดยสมัครใจต้องคงสถานะการจดทะเบียนไว้อย่างน้อย 2 ปี และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการยื่นแบบแสดงรายการและการเก็บรักษาบันทึกทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว หากเลือกจดทะเบียนโดยสมัครใจ ธุรกิจต้องเรียกเก็บ GST อย่างถูกต้อง ยื่นแบบให้ตรงเวลา และจัดการเอกสารให้ครบถ้วน แม้ว่ายอดขายจะยังไม่สูงก็ตาม ดังนั้น ธุรกิจควรพิจารณาการตัดสินใจนี้อย่างรอบคอบ

ความแตกต่างระหว่าง GST และภาษีมูลค่าเพิ่มในสิงคโปร์คืออะไร

GST ของสิงคโปร์โดยแท้จริงแล้วก็คือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอีกชื่อหนึ่ง ทั้ง GST และภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีการบริโภค โดยจะเรียกเก็บในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน และอนุญาตให้ธุรกิจขอคืนภาษีที่จ่ายไปในปัจจัยการผลิตได้ ทำให้ภาระภาษีตกอยู่กับผู้บริโภคขั้นสุดท้าย GST เป็นชื่อที่ใช้ทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติในระบบภาษีของสิงคโปร์ เมื่อมีการกล่าวถึง “ภาษีมูลค่าเพิ่มของสิงคโปร์” ก็มักหมายถึง GST นั่นเอง

การจดทะเบียน การเรียกเก็บภาษีจากการขาย การขอคืนภาษีซื้อ การยื่นแบบแสดงรายการเป็นระยะ และการชำระยอดสุทธิ ล้วนทำงานในลักษณะเดียวกันภายใต้ระบบ GST เช่นเดียวกับระบบภาษีมูลค่าเพิ่มในหลายประเทศทั่วโลก แม้ว่าการยกเว้น กฎอัตราศูนย์ และอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปในแต่ละเขตอำนาจศาล แต่ความแตกต่างเหล่านี้ก็มีอยู่ระหว่างประเทศที่ใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นกัน หากธุรกิจเข้าใจการปฏิบัติตามข้อกำหนดภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ก็สามารถนำหลักการเดียวกันมาใช้ในสิงคโปร์ได้ และเพียงปรับให้เข้ากับอัตราและกฎเกณฑ์ท้องถิ่นเท่านั้น

Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Tax ลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษี เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ Stripe Tax ช่วยให้คุณตรวจสอบภาระผูกพันของคุณและแจ้งเตือนเมื่อคุณเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังคำนวณและเรียกเก็บภาษีการขาย VAT และ GST โดยอัตโนมัติทั้งสินค้าและบริการทางกายภาพและดิจิทัล ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ

เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา

Stripe Tax สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe

  • จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: ให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีทั่วโลกแทนคุณ และรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้นซึ่งจะกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้า ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น

  • เรียกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเรียกเก็บเงินภาษีที่ค้างชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับผลิตภัณฑ์และบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี

  • ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Tax

Tax

ช่วยให้คุณทราบพื้นที่ที่ต้องจดทะเบียน เรียกเก็บภาษีในจำนวนที่ถูกต้องได้โดยอัตโนมัติ ตลอดจนเข้าถึงรายงานที่ใช้สำหรับยื่นเงินคืนภาษี

Stripe Docs เกี่ยวกับ Tax

เรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST รวมทั้งสร้างรายงานธุรกรรมทั้งหมดของคุณแบบอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมต่อระบบโดยเขียนโค้ดเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเขียนโค้ดเลย
Proxying: stripe.com/th/resources/more/singapore-gst-rate-explained-for-businesses-selling-in-singapore