อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: สิ่งที่ธุรกิจต้องรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียน การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

Tax
Tax

Stripe Tax จะทำให้การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีทั่วโลกเป็นไปโดยอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อให้คุณไปมุ่งเน้นกับการขยายธุรกิจ โดยจะระบุภาระหน้าที่ทางภาษีของคุณ จัดการการจดทะเบียน คำนวณและเรียกเก็บภาษีด้วยจำนวนที่ถูกต้องทั่วโลก และช่วยในการยื่นภาษี ทั้งหมดนี้ทำได้ในที่เดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ที่เท่าใด
  3. สินค้าและบริการใดบ้างที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    1. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐาน
    2. สินค้าและบริการที่เสียภาษีในอัตรา 0%
    3. สินค้าและบริการที่ได้รับการยกเว้น
    4. ธุรกรรมใน Designated Zone
  4. มีใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    1. ธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เกินเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่ม
    2. ธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขายในประเทศนี้
  5. จะดูอย่างไรว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นแบบบังคับหรือเป็นแบบสมัครใจ
    1. การจดทะเบียนแบบบังคับ
    2. การจดทะเบียนแบบสมัครใจ
    3. สิ่งที่นับรวมในเกณฑ์นี้
  6. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีขั้นตอนอย่างไร
  7. หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คืออะไร
  8. ธุรกิจจะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างไร
    1. เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องจากยอดขายที่ต้องเสียภาษี
    2. ใช้การเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับเมื่อจำเป็น
    3. ออกใบกำกับภาษีที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม
    4. ติดตามภาษีซื้อและภาษีขาย
    5. ยื่นและชำระภาษีให้ทันก่อนกำหนด
  9. จัดทำบันทึกข้อมูลให้เหมาะสม
  10. การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมีขั้นตอนอย่างไรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    1. การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    2. การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจต่างประเทศ
    3. หมวดหมู่พิเศษในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  11. Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

ธุรกิจที่ดำเนินงานหรือขายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จำเป็นต้องทำความเข้าใจว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ส่งผลกับธุรกิจของตนอย่างไร ภาษีมูลค่าเพิ่มยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะเพิ่งนำมาใช้เมื่อปี 2018 โดยภายในปี 2024 มีการยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้ว 79,400 รายการ ธุรกิจที่เพิ่งเข้ามาในประเทศนี้จะต้องทราบว่าตนต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อใด และการปฏิบัติตามข้อกำหนดให้ได้อย่างต่อเนื่องมีลักษณะอย่างไร

ด้านล่างนี้ เราจะพูดถึงวิธีการทำงานของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงเกณฑ์การจดทะเบียน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาระหน้าที่ในแต่ละวัน และการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เนื้อหาหลักในบทความ

  • อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ที่เท่าใด
  • สินค้าและบริการใดบ้างที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • มีใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • จะดูอย่างไรว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นแบบบังคับหรือเป็นแบบสมัครใจ
  • การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีขั้นตอนอย่างไร
  • หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คืออะไร
  • ธุรกิจจะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างไร
  • การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมีขั้นตอนอย่างไรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ที่เท่าใด

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไปในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะอยู่ที่ 5% ซึ่งเป็นอัตราเดียวที่ใช้บังคับในทั้ง 7 รัฐ และมีอัตราเท่าเดิมมาโดยตลอดตั้งแต่นำภาษีมูลค่าเพิ่มเข้ามาใช้เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 อัตรานี้ไม่ได้แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ไม่มีส่วนเสริมในแต่ละพื้นที่ และไม่มีอัตรามาตรฐานแบบแบ่งระดับให้ต้องคอยติดตาม หากธุรกรรมนั้นๆ ต้องเสียภาษีและไม่เข้าข่ายในหมวดหมู่พิเศษ ก็จะมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 5%

สินค้าและบริการใดบ้างที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ธุรกรรมส่วนใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรามาตรฐานที่ 5% โดยมีข้อยกเว้นบางประการ รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีดังนี้

อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐาน

อัตราภาษีเบื้องต้นนี้ครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่น สินค้าขายปลีกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ บริการเฉพาะทาง การบริการ การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ และบริการ B2B ส่วนใหญ่ โดยจะมีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% และมักจะขอคืนภาษีซื้อได้

สินค้าและบริการที่เสียภาษีในอัตรา 0%

สินค้าและบริการที่เสียภาษีในอัตรา 0% จะไม่มีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ธุรกิจยังสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น การส่งออกสินค้าและบริการออกนอกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปต่างประเทศ การขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่เพิ่งสร้างขึ้นเป็นครั้งแรก บริการด้านสุขภาพและการศึกษาบางอย่าง ตลอดจนการจัดหาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และโลหะมีค่าในระดับลงทุนได้ที่เข้าเกณฑ์

สินค้าและบริการที่ได้รับการยกเว้น

ธุรกรรมที่ได้รับการยกเว้นจะอยู่นอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่มไปเลย โดยไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า และธุรกิจก็ไม่สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาสินค้าเหล่านั้นได้ รายการที่ได้รับการยกเว้น เช่น บริการทางการเงินส่วนใหญ่ที่มีรายรับจากดอกเบี้ยหรือส่วนต่างกำไร การเช่าและการขายต่ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ที่ดินที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา และการขนส่งผู้โดยสารในท้องถิ่น เช่น แท็กซี่ รถประจำทาง และบริการรถไฟใต้ดิน

ธุรกรรมใน Designated Zone

เขตการค้าเสรีบางแห่งถือว่าอยู่นอกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อพูดถึงเรื่องของสินค้า การเคลื่อนย้ายสินค้าภายในหรือระหว่างเขตที่กำหนดไว้เหล่านี้อาจไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่บริการที่จัดหาภายในเขตเหล่านี้ยังคงเป็นไปตามกฎภาษีมูลค่าเพิ่มแบบมาตรฐาน

มีใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะอิงตามเกณฑ์รายรับและการปรากฏตัวเพื่อทำธุรกิจ ไม่ใช่ขนาดบริษัทหรืออุตสาหกรรม โดยผู้ที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีดังนี้

ธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เกินเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทุกธุรกิจที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหากมีผลประกอบการที่ต้องเสียภาษีในช่วง 12 เดือนต่อเนื่องมากกว่า 375,000 ดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) หรือคาดว่าจะเกินเกณฑ์ดังกล่าวในอีก 30 วันข้างหน้า โดยฟรีแลนซ์ ที่ปรึกษา และธุรกิจที่มีเจ้าของคนเดียวจะถือว่ามีลักษณะเช่นเดียวกับบริษัท หากผลประกอบการที่ต้องเสียภาษีเกินเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะต้องจดทะเบียนไม่ว่าจะมีโครงสร้างทางกฎหมายแบบใดก็ตาม

ธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขายในประเทศนี้

ธุรกิจต่างประเทศที่ไม่ได้มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมียอดขายที่ต้องเสียภาษีเข้ามาเป็นครั้งแรก โดยไม่มีเกณฑ์รายรับ กฎนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศมีโอกาสเท่าเทียมกัน ธุรกิจในกลุ่มนี้ ได้แก่ ธุรกิจระหว่างประเทศและต่างประเทศที่ขายสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีให้กับลูกค้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากประเทศที่ไม่ได้อยู่ในคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council หรือ GCC) ผู้ขายในมาร์เก็ตเพลส และผู้ให้บริการดิจิทัลที่นำเสนอคอนเทนต์ที่ดาวน์โหลดได้หรือสตรีมมิง โดยกฎนี้จะใช้ไม่ได้กับธุรกิจที่มีเพียงยอดขายที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

จะดูอย่างไรว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นแบบบังคับหรือเป็นแบบสมัครใจ

หากเข้าใจเกณฑ์การจดทะเบียนทั้งแบบบังคับและแบบสมัครใจ ก็จะช่วยให้ธุรกิจหลีกเลี่ยงบทลงโทษต่างๆ และตัดสินใจเกี่ยวกับกระแสเงินสดได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น วิธีดูว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นแบบบังคับหรือแบบสมัครใจมีดังนี้

การจดทะเบียนแบบบังคับ

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะเป็นข้อบังคับเมื่อมีผลประกอบการที่ต้องเสียภาษีเกิน 375,000 AED ในช่วง 12 เดือนต่อเนื่องหรือเมื่อธุรกิจคาดการณ์ได้ตามสมควรว่าจะมีผลประกอบการเกินเกณฑ์ดังกล่าวในอีก 30 วันข้างหน้า เมื่อถึงเกณฑ์ดังกล่าว การจดทะเบียนก็จะเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย และการไม่ยื่นจดทะเบียนให้ตรงเวลาก็อาจนำมาซึ่งบทลงโทษได้ การจดทะเบียนล่าช้าอาจทำให้ต้องเสียค่าปรับและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่สามารถขอคืนได้จากยอดขายที่ผ่านๆ มา แต่การจดทะเบียนเร็วเกินไปก็อาจทำให้เกิดภาระด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยที่ไม่ได้ประโยชน์มากนัก

การจดทะเบียนแบบสมัครใจ

ธุรกิจที่มีการจัดหาสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษีหรือมีค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียภาษีอย่างน้อย 187,500 AED สามารถเลือกจดทะเบียนได้ การจดทะเบียนแบบสมัครใจมักเกิดขึ้นกับบริษัทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น ธุรกิจที่ใช้เงินทุนมาก และบริษัทที่มีค่าใช้จ่ายสูงในช่วงแรกและต้องการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนที่รายรับจะเกินเกณฑ์บังคับ ช่วงจังหวะที่เหมาะสมก็จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มของรายรับ โครงสร้างค่าใช้จ่าย และความจำเป็นที่ต้องรีบขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

สิ่งที่นับรวมในเกณฑ์นี้

มีเพียงการจัดหาสินค้าหรือบริการที่ต้องเสียภาษี เช่น ยอดขายที่ใช้อัตรามาตรฐานและอัตรา 0% เท่านั้นที่จะนับรวมในเกณฑ์นี้ โดยไม่รับรวมรายได้ที่ได้รับการยกเว้น ซึ่งอาจเป็นเรื่องสำคัญต่อธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์หรือบริการทางการเงินที่รายรับส่วนใหญ่อาจได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีขั้นตอนอย่างไร

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะดำเนินการทางออนไลน์ทั้งหมดผ่านระบบภาษีของรัฐบาลกลาง

วิธีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีดังนี้

  • สร้างบัญชีกับหน่วยงานด้านภาษี: การจดทะเบียนจะเริ่มต้นจากการสร้างบัญชีออนไลน์กับ Federal Tax Authority ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยบัญชีนี้ใช้เป็นศูนย์กลางในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม การยื่นภาษี การชำระภาษี และการติดต่อ

  • จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม: ใบยื่นจดทะเบียนจะขอรายละเอียดต่างๆ เช่น ใบอนุญาตการค้า โครงสร้างกรรมสิทธิ์ กิจกรรมทางธุรกิจ และข้อมูลติดต่อ ธุรกิจจะระบุผลประกอบการที่ต้องเสียภาษีในอดีตที่ผ่านมาหรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต และดูว่าการจดทะเบียนแบบบังคับหรือแบบสมัครใจ

  • อัปโหลดเอกสารประกอบ: ธุรกิจจะต้องส่งเอกสารต่างๆ เช่น ใบอนุญาตการค้า หนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวเอมิเรตส์ (Emirates ID) ของผู้มีอำนาจลงนาม หลักฐานแสดงอำนาจรักษาการ และหลักฐานทางการเงินที่สนับสนุนตัวเลขต่างๆ ที่ระบุมา

  • รอการตรวจสอบและอนุมัติ: เมื่อคุณส่งใบยื่นจดทะเบียนแล้ว หน่วยงานด้านภาษีก็จะตรวจสอบเอกสารดังกล่าว โดยหน่วยงานอาจขอคำชี้แจงหรือเอกสารเพิ่มเติมได้ก่อนที่จะอนุมัติการจดทะเบียน

  • รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม: หลังได้รับอนุมัติแล้ว ธุรกิจของคุณก็จะได้รับหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 15 หลัก และตั้งแต่นั้น คุณจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากยอดขายที่ต้องเสียภาษีและยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มตามรอบภาษีที่กำหนด

หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์คืออะไร

หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เรียกอย่างเป็นทางการว่าหมายเลขจดทะเบียนภาษี (TRN)) คือ วิธีที่หน่วยงานด้านภาษีใช้ระบุธุรกิจภายในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบ่งบอกว่าบริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ได้

TRN เป็นตัวเลข 15 หลักแบบเฉพาะตัว ซึ่งธุรกิจใช้เป็นข้อมูลประจำตัวเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มในการยื่นภาษีและธุรกรรมทั้งหมดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทันทีที่ธุรกิจจดทะเบียน TRN ก็จะต้องปรากฏในใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบลดหนี้ และเอกสารทางการที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด กฎหมายห้ามไม่ให้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มโดยไม่มี TRN ที่ถูกต้อง

ลูกค้าแบบ B2B จะใช้ TRN ที่อยู่ในใบแจ้งหนี้เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเอง หากหมายเลขขาดหายไปหรือไม่ถูกต้อง ผู้ซื้อก็อาจขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บไปไม่ได้ นอกจากนี้ ธุรกิจยังใช้ TRN เมื่อนำเข้าสินค้าด้วย โดยหมายเลขนี้จะเชื่อมโยงการดำเนินการทางศุลกากรกับการรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในโปรไฟล์ภาษีเดียวกัน

ธุรกิจจะปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างไร

ธุรกิจจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องเมื่อจดทะเบียนกับ Federal Tax Authority แล้ว โดยธุรกิจต้องทำดังนี้เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดอยู่เสมอ

เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องจากยอดขายที่ต้องเสียภาษี

ธุรกิจที่จดทะเบียนจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% จากสินค้าและบริการทั้งหมดที่ใช้อัตรามาตรฐาน และคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 0% เฉพาะในกรณีที่กฎหมายอนุญาตอย่างชัดเจนเท่านั้น การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจะต้องอิงตามมูลค่าจริงที่เรียกเก็บหลังหักส่วนลดแล้วและแสดงอย่างถูกต้องในใบแจ้งหนี้

ใช้การเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับเมื่อจำเป็น

ธุรกิจต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มเองผ่านกลไกการเรียกเก็บภาษีแบบย้อนกลับสำหรับการนำเข้าสินค้าและบริการบางอย่าง โดยจะต้องสำแดงภาษีมูลค่าเพิ่มในรูปแบบภาษีขายและภาษีซื้อในแบบแสดงรายการเดียวกันเมื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้

ออกใบกำกับภาษีที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม

ยอดขายทั้งหมดที่ต้องเสียภาษีจะต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องรองรับ ซึ่งมีรายละเอียดที่จำเป็นต่างๆ เช่น หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มของซัพพลายเออร์ วันที่ในใบแจ้งหนี้ หมายเลขใบแจ้งหนี้ที่ไม่ซ้ำกัน คำอธิบายสินค้าหรือบริการ ยอดเงินที่ต้องเสียภาษี อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บไป คุณสามารถใช้ใบแจ้งหนี้อย่างง่ายสำหรับธุรกรรมค้าปลีกที่มีมูลค่าต่ำได้ แต่ยังต้องแสดงภาษีมูลค่าเพิ่มให้ชัดเจน

ติดตามภาษีซื้อและภาษีขาย

ในการปฏิบัติตามข้อกำหนด ธุรกิจจะต้องแยกภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากลูกค้า (ภาษีขาย) และภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายไปกับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ (ภาษีซื้อ) ให้ถูกต้อง โดยมีเพียงภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าที่ต้องเสียภาษีหรือมีอัตรา 0% เท่านั้นที่สามารถขอคืนได้ ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้นจะยังคงเป็นต้นทุนที่ธุรกิจต้องจ่ายอยู่

ยื่นและชำระภาษีให้ทันก่อนกำหนด

คุณต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มทางอิเล็กทรอนิกส์ และต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระก่อนครบกำหนดตามกฎหมาย หากยื่นภาษีล่าช้า ชำระภาษีล่าช้า หรือส่งเอกสารไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่บทลงโทษต่างๆ ได้แม้ว่าจำนวนภาษีที่เกี่ยวข้องจะเป็นจำนวนเล็กน้อยก็ตาม

จัดทำบันทึกข้อมูลให้เหมาะสม

ธุรกิจต้องบันทึกการขาย การซื้อ การนำเข้า การส่งออก และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระไปและเรียกเก็บมาให้ครบถ้วนอย่างละเอียด โดยต้องเก็บบันทึกเหล่านี้ไว้อย่างน้อย 7 ปี และพร้อมให้ตรวจสอบในกรณีที่มีการตรวจสอบภาษี

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมีขั้นตอนอย่างไรในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดให้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียน บริษัทต่างชาติบางแห่ง และนักท่องเที่ยวบางราย รวมถึงกรณีพิเศษต่างๆ ซึ่งแต่ละกรณีก็จะมีขั้นตอนกำหนดไว้โดยเฉพาะ วิธีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมีดังนี้

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

หากบริษัทจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆ มากกว่าที่เก็บได้จากลูกค้าในรอบการยื่นภาษี บริษัทก็สามารถขอคืนภาษีส่วนเกินที่จ่ายไปได้ โดยเลือกได้ว่าจะยกเครดิตนี้ไปใช้ในรอบหน้าเพื่อหักลบกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายในอนาคตหรือขอคืนอย่างเป็นทางการผ่านพอร์ทัลออนไลน์ของหน่วยงานด้านภาษีเลยก็ได้ คำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจะได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานด้านภาษี และอาจต้องใช้เอกสารประกอบ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเงินจำนวนมากหรือเป็นการยื่นคำขอซ้ำ เมื่อคำขอได้รับอนุมัติแล้ว ระบบก็จะจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มคืนเข้าบัญชีธนาคารที่ธุรกิจระบุไว้โดยตรง

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจต่างประเทศ

ธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในประเทศนี้แต่ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ภายใต้โครงการคืนภาษีสำหรับผู้เดินทางมาทำธุรกิจ โดยการขอคืนภาษีมักจะยื่นเป็นรายปีและเป็นไปตามกฎคุณสมบัติและเกณฑ์การขอคืนภาษีขั้นต่ำ

หมวดหมู่พิเศษในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มบางอย่างจะใช้ได้ในบางกรณีเท่านั้น เช่น พลเมืองของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่สร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยใหม่และหน่วยงานทางการทูตและหน่วยงานรัฐบาลที่เข้าเกณฑ์ คนที่มาท่องเที่ยวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าต่างๆ ที่เข้าเกณฑ์ที่ซื้อไประหว่างพำนักอยู่ในประเทศนี้ โดยต้องส่งออกสินค้าดังกล่าวเมื่อบุคคลนั้นๆ เดินทางออกจากประเทศไป การคืนภาษีจะเกิดขึ้นที่จุดขาออกโดยผู้ให้บริการคืนภาษีที่ได้รับอนุมัติ โดยมีการหักภาษีมูลค่าเพิ่มออกส่วนหนึ่งเป็นค่าดำเนินการ

Stripe Tax ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Tax ช่วยลดความยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีได้ เพื่อให้คุณมีเวลาไปมุ่งเน้นที่การเติบโตของธุรกิจของคุณ โดย Stripe Tax จะช่วยให้คุณตรวจสอบภาระผูกพันของคุณและแจ้งเตือนเมื่อคุณเกินเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีการขายตามธุรกรรมใน Stripe นอกจากนี้ยังคำนวณและเรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีสินค้าและบริการ (GST) ทั้งทางกายภาพและดิจิทัลโดยอัตโนมัติในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา และในกว่า 100 ประเทศ

เริ่มเรียกเก็บภาษีทั่วโลกได้โดยการเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการเชื่อมต่อการทำงานที่คุณมีอยู่ คลิกปุ่มในแดชบอร์ด หรือใช้ API ที่ทรงพลังของเรา

Stripe Tax ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • ทำความเข้าใจว่าจะจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีที่ไหน: ดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องเรียกเก็บภาษีโดยอิงตามธุรกรรมใน Stripe หลังจากจดทะเบียนแล้ว คุณสามารถเปิดใช้การเรียกเก็บภาษีในรัฐหรือประเทศใหม่ได้ภายในไม่กี่วินาที คุณสามารถเริ่มเรียกเก็บภาษีได้โดยเพิ่มโค้ดเพียงบรรทัดเดียวในการผสานการทำงาน Stripe ที่คุณมีอยู่ หรือเพิ่มการเรียกเก็บภาษีด้วยการคลิกเพียงปุ่มเดียวในแดชบอร์ด Stripe

  • จดทะเบียนเพื่อชำระภาษี: ให้ Stripe จัดการการจดทะเบียนภาษีทั่วโลกแทนคุณ และรับประโยชน์จากขั้นตอนที่ง่ายขึ้นซึ่งจะกรอกรายละเอียดการสมัครล่วงหน้า ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น

  • เก็บภาษีโดยอัตโนมัติ: Stripe Tax คำนวณและเก็บภาษีที่ต้องชำระตามจำนวนที่ถูกต้องไม่ว่าคุณจะจำหน่ายสินค้าอะไรหรือขายที่ไหนก็ตาม โดยรองรับสินค้าและบริการหลายร้อยรายการ และมีข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎและอัตราภาษี

  • ลดความยุ่งยากในการยื่น: Stripe Tax ผสานการทำงานกับพาร์ทเนอร์ด้านการยื่นภาษีได้อย่างราบรื่น เพื่อให้การยื่นเอกสารทั่วโลกของคุณเป็นไปอย่างถูกต้องและทันเวลา ให้พาร์ทเนอร์ของเราจัดการการยื่นเอกสารแทน เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสที่การเติบโตของธุรกิจ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Tax หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Tax

Tax

ช่วยให้คุณทราบพื้นที่ที่ต้องจดทะเบียน เรียกเก็บภาษีในจำนวนที่ถูกต้องได้โดยอัตโนมัติ ตลอดจนเข้าถึงรายงานที่ใช้สำหรับยื่นเงินคืนภาษี

Stripe Docs เกี่ยวกับ Tax

เรียกเก็บภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST รวมทั้งสร้างรายงานธุรกรรมทั้งหมดของคุณแบบอัตโนมัติ พร้อมเชื่อมต่อระบบโดยเขียนโค้ดเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเขียนโค้ดเลย
Proxying: stripe.com/th/resources/more/uae-vat-rate-what-businesses-need-to-know