วิธีเริ่มธุรกิจ Dropshipping

Atlas
Atlas

จัดตั้งบริษัทได้ด้วยการคลิกไม่กี่ครั้งและพร้อมที่จะเรียกเก็บเงินจากลูกค้า จัดจ้างทีมงาน และระดมทุน

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ทำความรู้จักกับธุรกิจ Dropshipping
  3. ข้อดีของธุรกิจ Dropshipping
  4. ความท้าทายของธุรกิจ Dropshipping
  5. วิธีเริ่มธุรกิจดรอปชิป
    1. คัดสรรสินค้า
    2. เลือกซัพพลายเออร์
    3. ศึกษาภาษีและข้อกฎหมาย
    4. เลือกมาร์เก็ตเพลสหรือสร้างเว็บไซต์ร้าน
    5. ระบบชำระเงิน
    6. กำหนดค่าจัดส่งสินค้า
    7. ทำการตลาด
    8. การบริการลูกค้า
  6. Stripe Connect จะช่วยได้อย่างไร

หลังสถานการณ์โควิด-19 ความสนใจในอีคอมเมิร์ซนั้นมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในธุรกิจออนไลน์ที่มีกระแสแรงในประเทศไทย คือการทำดรอปชิปปิ้ง หรือ Dropshipping ซึ่งเป็นรูปแบบการค้าที่ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องง่ายขึ้น เนื่องจากใช้ต้นทุนต่ำ และยังมีขอบเขตและขั้นตอนการทำงานที่น้อยกว่ารูปแบบการค้าทั่วไป ทำให้โมเดลธุรกิจนี้เป็นหนึ่งในช่องทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างรายได้จากตลาดอีคอมเมิร์ซ

ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับธุรกิจ Dropshipping ข้อดีและความท้าทายของธุรกิจนี้ วิธีเริ่มสร้างรายได้จากธุรกิจ Dropshipping ในประเทศไทย พร้อมทั้งแนะนำโซลูชันที่สามารถช่วยรองรับธุรกิจ Dropshipping อย่างมืออาชีพ ให้การรับชำระเงินและการจัดสรรกำไรเป็นไปอย่างมีระบบ มีประสิทธิภาพ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ทำความรู้จักกับธุรกิจ Dropshipping
  • ข้อดีของธุรกิจ Dropshipping
  • ความท้าทายของธุรกิจ Dropshipping
  • วิธีเริ่มธุรกิจ Dropshipping
  • Stripe Connect ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร

ทำความรู้จักกับธุรกิจ Dropshipping

ดรอปชิปปิ้ง หรือ Dropshipping คือรูปแบบธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ผู้ขายไม่จำเป็นต้องลงทุนสต๊อกสินค้าด้วยตนเอง ผู้ประกอบการจะมุ่งเน้นด้านการตลาดและการให้บริการลูกค้าเป็นหลัก เมื่อมีคำสั่งซื้อจากลูกค้า ผู้ขายหรือ Dropshipper จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางส่งต่อข้อมูลการสั่งซื้อ (หลังจากได้รับชำระเงินแล้ว) ไปยังซัพพลายเออร์ซึ่งจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง โดยรายได้ของ Dropshipper นั้นมาจากส่วนต่างระหว่างราคาขายที่ตั้งไว้กับราคาทุนสินค้าจากซัพพลายเออร์

ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียหลากหลายช่องทางที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการโปรโมทและจำหน่ายสินค้าสำหรับธุรกิจ Dropshipping ในประเทศไทย ได้แก่ Facebook Marketplace, Instagram, Lazada, Shopee และ TikTok Shop ในส่วนของซัพพลายเออร์ที่รองรับตลาด Dropshipping ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย AliExpress, CJ Dropshipping, EPROLO, SiamDropship และ Zendrop เป็นต้น

ด้วยความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ Dropshipping ที่ช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและใช้ต้นทุนน้อย ประกอบกับตลาดอีคอมเมิร์ซไทยที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 10.89% ต่อปี และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 32.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทองในการสร้างรายได้สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ Dropshipping ในตลาดออนไลน์ของไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ข้อดีของธุรกิจ Dropshipping

Dropshipping ช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้นธุรกิจค้าปลีกหลายอย่าง และมีข้อดีหลักๆ ดังนี้

  • ต้นทุนต่ำ: ผู้ขายไม่ต้องแบกความเสี่ยงในการลงทุนสต๊อกสินค้าล่วงหน้า ทำให้ไม่ต้องใช้ต้นทุนเยอะและสามารถเริ่มธุรกิจได้ด้วยแล็ปท็อปเพียงเครื่องเดียว
  • มีความยืดหยุ่นสูง: สามารถดำเนินงานจากที่ใดก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำงานแบบมีความยืดหยุ่นสูง หรือสนใจทำเป็นรายได้เสริม ทำธุรกิจได้จากที่บ้านหรือแม้แต่ขณะเดินทาง
  • บริหารจัดการง่าย: ไม่ต้องสต๊อก แพ็ก หรือจัดส่งสินค้าด้วยตัวเอง ลดเวลา ทรัพยากร และขั้นตอนในการทำงาน สามารถทุ่มเทกับการตลาดและการบริการลูกค้า
  • สินค้าขายดี: สามารถทดลองขายสินค้าได้หลากหลายประเภทเพื่อค้นหาสินค้าที่ขายดีได้โดยไม่ต้องลงทุนล่วงหน้าหรือแบกรับความเสี่ยงด้านสต๊อก และเน้นทำการตลาดกับสินค้าที่ขายดี
  • ** ปรับสินค้าตามเทรนด์:** ปรับเปลี่ยนสินค้าใหม่ๆ ได้เสมอและตามเทรนด์ได้ง่ายเพื่อกระตุ้นยอดขาย ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าค้างสต๊อก
  • ขยายกิจการได้เร็ว: ธุรกิจ Dropshipping สามารถขยายปริมาณการขายได้อย่างคล่องตัวโดยแทบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพียงเลือกซัพพลายเออร์ที่รองรับจำนวนคำสั่งซื้อได้

ความท้าทายของธุรกิจ Dropshipping

แม้ธุรกิจ Dropshipping จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีความท้าทายต่างๆ ที่ผู้ประกอบการควรพิจารณา ดังนี้

  • การแข่งขันสูง: เนื่องจากเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายและใช้เงินลงทุนน้อย ทำให้มีผู้สนใจทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซนี้เป็นจำนวนมาก
  • กำไรต่ำ: เนื่องจากมีผู้ขายจำนวนมากในตลาดเดียวกันและมักแข่งขันกันด้วยราคา ส่งผลให้ราคาถูกและกำไรน้อย
  • ควบคุมคุณภาพได้ยาก: คุณภาพของสินค้าขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์ การคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจในมาตรฐานสินค้า ผู้ประกอบการอาจต้องลงทุนสั่งซื้อสินค้าจริงมาสัมผัสและทดลองใช้ดูก่อนจึงจะลงทุนทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระยะเวลาจัดส่ง: ความเร็วในการจัดส่งขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์และปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น หากลูกค้าสั่งซื้อจากซัพพลายเออร์หลายเจ้า สินค้าก็อาจถึงมือลูกค้าในเวลาแตกต่างกัน ควรจัดการความคาดหวังของลูกค้าโดยให้ข้อมูลที่ชัดเจนและอัปเดตสถานะการจัดส่งอย่างสม่ำเสมอ
  • การบริการลูกค้า: แม้คุณภาพสินค้าหรือการส่งที่ล่าช้าจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมเองได้ แต่ธุรกิจต้องรับผิดชอบในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าเองโดยตรง ทั้งความคาดหวังหรือคำติชม
  • การบริหารสต๊อก: ข้อดีของธุรกิจนี้คือไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้าล่วงหน้า แต่ข้อด้อยที่ตามมาก็คือไม่สามารถควบคุมสต๊อกเองได้ ปริมาณสินค้าอาจมีความผันผวน ควรทำการอัปเดตและซ่อนสินค้าที่หมดสต๊อก

วิธีเริ่มธุรกิจดรอปชิป

ธุรกิจดรอปชิปนั้นเริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่ก็มีขั้นตอนต่างๆ ที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาดังนี้

คัดสรรสินค้า

การคัดสรรสินค้าเพื่อทำการทำตลาดมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จ โดยทั่วไปควรเลือกจากปัจจัยเหล่านี้

  • สินค้าขายดี: สินค้าเหล่านี้ได้แก่ สินค้าที่ได้รับความนิยมและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น สินค้าแฟชั่น ของใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์เสริมมือถือ หรือสินค้าเฉพาะทาง เช่น อุปกรณ์กีฬา หรืออุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง การเลือกสินค้าเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจดรอปชิปสร้างกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นได้
  • ราคา: เพื่อให้มีแนวโน้มสร้างยอดขายได้สูง แนะนำให้เลือกขายสินค้าที่มีราคาปานกลางถึงต่ำเพื่อให้ลูกค้าซื้อได้ง่าย
  • จัดส่งได้ง่าย: ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกสินค้าที่มีน้ำหนักเบา จัดส่งง่าย และไม่แตกหักง่าย

ในเบื้องต้นหากธุรกิจยังไม่เป็นที่รู้จัก ก็ควรเลือกสินค้าที่คู่แข่งไม่มากเกินไปและไม่ควรมีสินค้าหลายหมวดหมู่จนเกินไป นอกจากนี้ควรศึกษาตลาดโดยรวมและกรณีตัวอย่างที่สำเร็จและไม่สำเร็จ

เลือกซัพพลายเออร์

ค้นหาซัพพลายเออร์ที่มีสินค้าที่คุณต้องการขาย ก่อนเลือกซัพพลายเออร์ควรพิจารณาหลักเกณฑ์เหล่านี้

  • คุณภาพสินค้า: ก่อนเริ่มกิจการ ควรอ่านรีวิวอย่างละเอียดหรือตรวจสอบคุณภาพสินค้าจริงบางส่วน เช่น สินค้าที่มีราคาสูง หรือสินค้าประเภทหลักของธุรกิจ
  • ค่าธรรมเนียม: ศึกษาค่าธรรมเนียมแอบแฝง เช่น ค่าจัดการ ค่าบรรจุหีบห่อ
  • ระยะเวลาจัดส่ง: ยืนยันระยะเวลาในการจัดส่งและอ่านรีวิวเกี่ยวกับการจัดส่ง
  • นโยบายสินค้า: ตรวจสอบปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ หรือ Minimum Order Quantity) และนโยบายการคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า การรับประกันสินค้า รวมถึงข้อกำหนดอื่นๆ
  • คุณภาพของการสื่อสาร: ควรพิจารณาคุณภาพของการสื่อสาร ความเร็วในการตอบกลับของซัพพลายเออร์ และคำนึงถึงเขตเวลา (Time zone) ความแตกต่างของภาษา และช่วงวันหยุดหรือเทศกาลต่างๆ
  • มีซอฟต์แวร์เชื่อมต่อ: ซัพพลายเออร์ควรมีซอฟต์แวร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอีคอมเมิร์ซหรือเว็บไซต์ของร้านค้าเพื่อความสะดวกและลดเวลาในการดำเนินงาน เช่น การอัปเดตสต๊อกสินค้าโดยอัตโนมัติ การส่งต่อคำสั่งซื้อไปยังซัพพลายเออร์โดยอัตโนมัติ และการอัปเดตหมายเลขติดตามพัสดุ (tracking number) เข้าระบบร้านค้าโดยอัตโนมัติเมื่อมีการจัดส่งสินค้า

ศึกษาภาษีและข้อกฎหมาย

ก่อนเริ่มทำธุรกิจดรอปชิปในประเทศไทย ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องภาษีและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเหมือนธุรกิจทั่วไป โดยมีหัวข้อสำคัญที่ควรศึกษาดังนี้

เลือกมาร์เก็ตเพลสหรือสร้างเว็บไซต์ร้าน

สำหรับผู้เริ่มต้นทำดรอปชิปในไทย มี 3 ทางหลัก คือ

  • โซเชียลมีเดียมาร์เก็ตเพลส: มาร์เก็ตเพลสบนช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook Marketplace, Instagram Shopping, LINE MyShop, หรือ TikTok Shop
  • อีคอมเมิร์ซมาร์เก็ตเพลส: มาร์เก็ตเพลสบนช่องทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Lazada และ Shopee
  • สร้างเว็บไซต์ร้าน: เช่น LnwShop, MakeWebEasy, Shopify, Wix หรือ WooCommerce

ผู้ประกอบการสามารถเริ่มทำดรอปชิปจากมาร์เก็ตเพลสบนโซเชียลมีเดียก่อนเพื่อสร้างฐานลูกค้าเบื้องต้น จากนั้นจึงขยายไปยังแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซึ่งมีข้อดีคือมีผู้ซื้ออยู่แล้วเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีระบบรับชำระเงินและการจัดส่งที่พร้อมใช้

เมื่อผู้ประกอบการมีฐานลูกค้าและรายได้มั่นคงขึ้นหรือหากพอมีทุนอยู่แล้ว ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ร้านของตัวเองเพื่อสร้างแบรนด์และหน้าร้านให้มีเอกลักษณ์

ควรออกแบบให้เว็บไซต์ร้านเหมาะกับอัตลักษณ์ของแบรนด์และสินค้าที่ขาย ที่สำคัญระบบหลังบ้านควรมีฟีเจอร์ที่ช่วยซิงค์ข้อมูลสต๊อก ส่งต่อคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ และเชื่อมต่อกับซัพพลายเออร์ได้ง่าย นอกจากนี้ควรมีเครื่องมือหรือปลั๊กอินสำหรับ SEO, การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย และฟังก์ชันเพื่อโปรโมทแคมเปญการตลาดต่างๆ เป็นต้น

ระบบชำระเงิน

เลือกมาร์เก็ตเพลสที่มีระบบชำระเงินที่มีความปลอดภัยสูง ใช้งานง่าย รองรับสกุลเงินได้หลากหลาย และมีช่องทางชำระเงินที่ลูกค้านิยมใช้ อย่าง Stripe Connect รองรับการเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินระหว่างผู้ขายกับ Agent หรือแพลตฟอร์มดรอปชิปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น พร้อมเพย์ บัตรเครดิตและเดบิต กระเป๋าเงินดิจิทัล และลิงก์รับชำระเงิน ช่วยแบ่งรายได้ระหว่างผู้ขาย ซัพพลายเออร์ และบริการดำเนินการตามคำสั่งซื้อได้อย่างอัตโนมัติผ่านระบบ Escrow หรือ Split payments

เมื่อพร้อมสร้างเว็บไซต์ร้านของตัวเอง ผู้ประกอบการสามารถใช้งานเกตเวย์การชำระเงินเพื่อตั้งค่าช่องทางระบบชำระเงินที่ต้องการ

กำหนดค่าจัดส่งสินค้า

ถึงแม้ธุรกิจดรอปชิปจะไม่ต้องจัดส่งสินค้าด้วยตนเอง แต่ค่าจัดส่งก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อกำไรของธุรกิจ แน่นอนว่าการจัดส่งฟรีเป็นตัวเลือกที่ลูกค้าชื่นชอบแต่ผู้ประกอบการควรกำหนดเกณฑ์การคิดค่าจัดส่งให้เหมาะสมและสมดุลระหว่างความพึงพอใจของลูกค้าและต้นทุนของสินค้า โดยพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้

  • ลักษณะสินค้าที่ขาย: น้ำหนัก ขนาด หรือประเภทของสินค้า มีผลต่อค่าขนส่ง
  • ค่าจัดส่งของซัพพลายเออร์: ตรวจสอบค่าจัดส่งและค่าบริการจัดแพ็กจากซัพพลายเออร์ ควรกำหนดค่าส่งขั้นต่ำหรือคิดเพิ่มตามอัตราที่เหมาะสม
  • คำสั่งซื้อจากหลายซัพพลายเออร์: ในกรณีที่ลูกค้าสั่งสินค้าจากหลายแหล่ง ผู้ขายอาจต้องรับผิดชอบค่าขนส่งแยกกันในแต่ละรายการ ซึ่งอาจทำให้กำไรลดลง

นอกจากนี้ควรรวมค่าจัดส่งบางส่วนไว้ในราคาสินค้าและกำหนดค่าส่งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของตลาด

ทำการตลาด

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าขายได้และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องคือกลยุทธ์การตลาดออนไลน์เพราะธุรกิจดรอปชิปอาจไม่ได้เน้นแข่งกันเรื่องสินค้า แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการเข้าถึงลูกค้า

  • สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น
    ถึงแม้สินค้าจะเหมือนกับร้านอื่น แต่การมีแบรนด์ที่ชัดเจน เช่น โลโก้ โทนสี และสไตล์ของการสื่อสารที่เข้ากับสินค้าที่ขายจะช่วยให้ลูกค้าจดจำได้ง่ายขึ้น
  • ใช้โซเชียลมีเดีย
    แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube เป็นช่องทางสำคัญในการโปรโมทสินค้า ควรโพสต์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ และใช้วิดีโอรีวิวสินค้าหรือคลิปสั้นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจและเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าของสินค้าทางร้าน
  • รีวิวจากลูกค้าจริง
    ใช้รีวิวจากลูกค้าจริงเพื่อต่อยอดในการโปรโมทสินค้า (ควรได้รับการยินยอมในการใช้รีวิวจากลูกค้าก่อน) ในเบื้องต้นสามารถแชร์ลิงก์ร้านค้ากับคนรู้จักเพื่อทดสอบการใช้งานก่อนขายจริงและสร้างความน่าเชื่อถือด้วยรีวิวจากผู้ใช้จริง
  • จัดโปรโมชัน
    ทำโปรโมชัน เช่น จัดส่งฟรีเมื่อสั่งซื้อตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป, ลด 10% สำหรับลูกค้าใหม่, ส่งฟรีเฉพาะช่วงเวลาเพื่อกระตุ้นยอดขาย หรือโพสต์รีวิวสินค้าเพื่อรับส่วนลดพิเศษสำหรับคำสั่งซื้อถัดไป
  • ร่วมแคมเปญเทศกาล
    เลือกร่วมแคมเปญกับโปรโมชันเทศกาลต่างๆ โดยเน้นสินค้าที่มีส่วนต่างกำไรสูงหรือสินค้าที่อยู่ในกระแส เช่นแคมเปญ 11.11, 12.12, วาเลนไทน์, ปีใหม่ หรือโปรสิ้นเดือน
  • โฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย
    สามารถลงทุนโดยใช้เครื่องมือโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและอีคอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยม พร้อมทั้งติดตามผลผ่านข้อมูลเชิงลึก (Analytics) เพื่อปรับงบประมาณและกลยุทธ์ให้เหมาะสมต่อไป

การบริการลูกค้า

การบริการลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจดรอปชิป เพราะเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับร้านค้าท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมาก ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการบริการในวิธีการดังนี้

  • ตอบลูกค้าให้เร็วที่สุด
    เมื่อลูกค้าติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามหรือสั่งสินค้า ควรตอบกลับให้เร็วที่สุด เพราะความรวดเร็วแสดงถึงความใส่ใจและความเป็นมืออาชีพ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
  • สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
    ผู้ทำหน้าที่ตอบลูกค้าควรมีความรู้เกี่ยวกับข้อมูลสินค้าเป็นอย่างดี สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน และสื่อสารอย่างสุภาพด้วยความเป็นมิตร
  • แจ้งสถานะจัดส่ง
    ระยะเวลาในการจัดส่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อผู้บริโภค ควรแจ้งสถานะทันทีที่ซัพพลายเออร์ส่งของออกและอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะเมื่อมีความล่าช้า หากเป็นไปได้ควรใช้ระบบติดตามพัสดุ (Tracking system) ที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบเองได้เพื่อความสะดวกและลดภาระในการตอบคำถาม
  • จัดการปัญหาอย่างมืออาชีพ
    หากเกิดปัญหา เช่น สินค้าชำรุด ส่งผิด หรือจัดส่งล่าช้า ควรรีบติดต่อขอโทษลูกค้าและเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเหมาะสม เช่น อัปเดตสถานะสินค้าล่าสุด คืนเงิน เปลี่ยนสินค้า หรือให้ส่วนลดในการสั่งซื้อครั้งถัดไป
  • สร้างฐานลูกค้า
    ควรใช้งานระบบสะสมแต้ม (Loyalty program) หรือระบบแนะนำเพื่อน (Referral program) และติดตามผลหลังการขาย เช่น สอบถามความพึงพอใจ มอบส่วนลดหรือของขวัญเมื่อรีวิวสินค้า หรือเชิญชวนให้ติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียของแบรนด์

Stripe Connect จะช่วยได้อย่างไร

Stripe Connect จะจัดการในการรับส่งเงินระหว่างหลายฝ่ายสำหรับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และมาร์เก็ตเพลส โดยมีกระบวนการเริ่มต้นใช้งานที่รวดเร็ว มีองค์ประกอบแบบผสานรวม มีการเบิกจ่ายทั่วโลก และอื่นๆ อีกมากมาย

Connect สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้

  • เปิดตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์: ใช้ฟังก์ชันที่จัดการอัตโนมัติโดย Stripe หรือแบบผสานรวมเพื่อให้เริ่มให้บริการได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าหรือเสียเวลาไปกับการพัฒนาระบบที่มักต้องใช้สำหรับการให้บริการสนับสนุนด้านการชำระเงิน
  • จัดการการชำระเงินจำนวนมาก: ใช้เครื่องมือและบริการจาก Stripe แล้วไม่ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรเพิ่มเติมไปกับการรายงานส่วนต่างกำไร แบบฟอร์มภาษี ความเสี่ยง วิธีการชำระเงินทั่วโลก หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับกระบวนการเริ่มต้นใช้งาน
  • ขยายธุรกิจไปทั่วโลก: ช่วยให้ผู้ใช้ของคุณเข้าถึงลูกค้าทั่วโลกได้มากขึ้นด้วยวิธีการชำระเงินในท้องถิ่นและความสามารถในการคำนวณภาษีการขาย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และ GST ได้อย่างง่ายดาย
  • สร้างช่องทางรายรับใหม่ๆ: เพิ่มประสิทธิภาพให้รายรับจากการชำระเงินด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมแต่ละรายการ สร้างรายได้จากความสามารถของ Stripe ด้วยการเปิดใช้การชำระเงินที่จุดขาย การเบิกจ่ายทันที การเรียกเก็บภาษีการขาย การจัดหาเงินทุน บัตรชำระค่าใช้จ่าย และอื่นๆ อีกมากมายบนแพลตฟอร์มของคุณ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stripe Connect หรือเริ่มใช้งานวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Atlas

Atlas

จัดตั้งบริษัทได้ด้วยการคลิกไม่กี่ครั้งและพร้อมที่จะเรียกเก็บเงินจากลูกค้า จัดจ้างทีมงาน และระดมทุน

Stripe Docs เกี่ยวกับ Atlas

ก่อตั้งบริษัทในสหรัฐอเมริกาได้จากทุกที่ทั่วโลกโดยใช้ Stripe Atlas
Proxying: stripe.com/th/resources/more/how-to-start-a-dropshipping-business-in-thailand