ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์: ความเสี่ยง ระเบียบข้อบังคับ และโอกาส

Payments
Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงองค์กรใหญ่ระดับโลก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม 
  1. บทแนะนำ
  2. ผลตอบแทนหมายถึงอะไรเมื่อพูดถึงสเตเบิลคอยน์
  3. มีกลไกใดบ้างที่เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
    1. แพลตฟอร์มที่ให้กู้ยืมและยืม
    2. กองสินทรัพย์สภาพคล่องในตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์
    3. สิ่งตอบแทนจากโปรโตคอลและยิลด์ฟาร์มมิ่ง (Yield farming)
    4. สเตเบิลคอยน์ที่ให้ผลตอบแทน
  4. ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ต่างจากดอกเบี้ยแบบเดิมๆ หรือผลตอบแทนจากสเตกกิงอย่างไร
  5. มีปัจจัยเสี่ยงใดบ้างที่ส่งผลต่อผลตอบแทน
    1. ความเสี่ยงจากคู่สัญญา
    2. ความเสี่ยงจากสัญญาอัจฉริยะ
    3. ความเสี่ยงจากการคลาดเคลื่อนจากราคาที่ตรึงไว้
    4. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการไถ่ถอน
    5. ความเสี่ยงด้านระเบียบข้อบังคับ
  6. การดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับเปลี่ยนแปลงผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ไปอย่างไรบ้าง
    1. สหรัฐอเมริกา
    2. สหภาพยุโรป
    3. เอเชียแปซิฟิก
  7. สถาบันต่างๆ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างไรก่อนที่จะลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์
    1. ทำความเข้าใจกับสเตเบิลคอยน์นั้นๆ
    2. ประเมินความเสี่ยงจากคู่สัญญาหรือโปรโตคอล
    3. ติดตามดูแหล่งที่มาของผลตอบแทน
    4. ตรวจสอบความเสี่ยงด้านระเบียบข้อบังคับและกฎหมาย
    5. วางแผนการดูแลจัดการและการดำเนินงานอย่างรอบคอบ
    6. เริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มขนาดขึ้น
  8. ทีมการเงินจะนำกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์มาใช้กับการจัดการสภาพคล่องในวงกว้างได้อย่างไร
  9. Stripe ช่วยอะไรได้บ้าง

ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ คือ วิธีที่ธุรกิจและนักลงทุนรับผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์โดยไม่ต้องแบกรับความผันผวนของสินทรัพย์คริปโตแบบเดิมๆ เมื่อตลาดโลกมองหาวิธีจัดการสภาพคล่องที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์จึงเป็นแนวทางใหม่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างตลาดเงินแบบเดิมกับการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) การใช้งานก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยสเตเบิลคอยน์ได้เคลื่อนย้ายสินทรัพย์ประมาณ 11 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025

ด้านล่างนี้ เราจะพาไปดูว่าผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์หมายถึงอะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร ระเบียบข้อบังคับและความเสี่ยงส่งผลต่อผลตอบแทนอย่างไร และธุรกิจต่างๆ จะนำผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์มาใช้กับกลยุทธ์ด้านสภาพคล่องและการจัดการเงินสดในวงกว้างได้อย่างไร

เนื้อหาหลักในบทความ

  • ผลตอบแทนหมายถึงอะไรเมื่อพูดถึงสเตเบิลคอยน์
  • มีกลไกใดบ้างที่เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
  • ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ต่างจากดอกเบี้ยแบบเดิมๆ หรือผลตอบแทนจากสเตกกิงอย่างไร
  • มีปัจจัยเสี่ยงใดบ้างที่ส่งผลต่อผลตอบแทน
  • การดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับเปลี่ยนแปลงผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ไปอย่างไรบ้าง
  • สถาบันต่างๆ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างไรก่อนที่จะลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์
  • ทีมการเงินจะนำกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์มาใช้กับการจัดการสภาพคล่องในวงกว้างได้อย่างไร
  • Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง

ผลตอบแทนหมายถึงอะไรเมื่อพูดถึงสเตเบิลคอยน์

ตัวสเตเบิลคอยน์เองไม่ได้ให้ดอกเบี้ย เพราะออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ตามที่กำหนดไว้ ซึ่งมักจะอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ต่อโทเค็น ส่วนผลตอบแทนจะเกิดจากสิ่งที่คุณทำกับเงินสดแบบดิจิทัลดังกล่าวเมื่อคุณมีถือครองไว้

ตัวอย่างเช่น คุณอาจนำฝากสเตเบิลคอยน์เข้าระบบให้กู้ยืม (Lending protocol) กองสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity pool) หรือบัญชีที่ให้ผลตอบแทนซึ่งจะสร้างรายได้และส่งรายได้ส่วนหนึ่งกลับมาให้คุณ กล่าวอีกอย่างก็คือ คุณจะให้สเตเบิลคอยน์กับแพลตฟอร์มหรือสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งจะนำไปปล่อยให้ผู้อื่นยืม ใช้ในการเทรด หรือนำไปลงทุนกับสินทรัพย์ระยะสั้น ส่วนคุณก็จะได้ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกิจกรรมเหล่านั้นในรูปแบบผลตอบแทน

ผลตอบแทนดังกล่าวมักจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนต่อปี (APY) หากมี APY อยู่ที่ 5% จาก USD Coin (USDC) มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ แสดงว่ามีรายได้ต่อปีมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ (หากดอกเบี้ยทบต้นไปตามเวลา) ส่วนบางแพลตฟอร์มก็ใช้อัตราเปอร์เซ็นต์ต่อปี (APR) แทนซึ่งจะไม่มีการทบต้น แต่แนวคิดก็เหมือนกัน นั่นคือ ผลตอบแทนที่คุณได้จะขึ้นอยู่กับวิธีการนำสเตเบิลคอยน์ไปใช้

สเตเบิลคอยน์ที่มีเงินตรารองรับ เช่น USDC และ Tether (USDT) จะได้รับดอกเบี้ยจากเงินสำรอง แต่รายได้นั้นจะตกเป็นของผู้ออกสเตเบิลคอยน์ ไม่ใช่ผู้ถือ คุณจะต้องนำสเตเบิลคอยน์เหล่านี้ไปใช้งานในแหล่งต่างๆ ที่สร้างผลตอบแทนด้วยตนเอง จึงจะมีผลตอบแทนเกิดขึ้น

มีกลไกใดบ้างที่เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทน

ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์เกิดจากการนำเงินทุนไปไว้ในระบบต่างๆ ที่สร้างค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยขึ้นมาได้จริง

แหล่งที่มาของผลตอบแทนมีดังนี้

แพลตฟอร์มที่ให้กู้ยืมและยืม

คุณสามารถนำสเตเบิลคอยน์ไปไว้ในโปรโตคอลหรือแพลตฟอร์มที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ใช้รายอื่นๆ ได้ ผู้กู้ก็จะวางหลักประกันไว้ ซึ่งมักจะเป็นคริปโต เช่น Ether และ Bitcoin และจ่ายดอกเบี้ยเพื่อเข้าถึงสภาพคล่อง ในตลาดที่มีความเคลื่อนไหวตลอด อัตราอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10% APY แต่ในช่วงที่ตลาดซบเซา อัตราก็อาจลงมาอยู่ที่ราวๆ 3% โดยโปรโตคอล DeFi เช่น Aave และ Compound จะปรับอัตราโดยอัตโนมัติตามความต้องการของผู้กู้ ในขณะที่ผู้ให้กู้แบบรวมศูนย์อาจเสนออัตราคงที่หรือมีการปรับให้คงที่มากขึ้น

กองสินทรัพย์สภาพคล่องในตลาดแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์

เมื่อคุณเอาสเตเบิลคอยน์ไปไว้ในกลุ่มสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน เช่น Curve และ Uniswap ก็จะเป็นการนำสินทรัพย์สภาพคล่องมาฝากไว้เพื่อให้นักเทรดใช้ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ โดยคุณจะได้ค่าธรรมเนียมการเทรดส่วนหนึ่งเป็นค่าตอบแทน รวมถึงโทเค็นตอบแทนในบางครั้ง กลุ่มสินทรัพย์ที่มีแค่สเตเบิลคอยน์จะช่วยลดความผันผวนของราคาและการขาดทุนชั่วคราว ดังนั้น ผลตอบแทนจึงขึ้นอยู่กับปริมาณการเทรดและระดับค่าธรรมเนียมเป็นหลัก

สิ่งตอบแทนจากโปรโตคอลและยิลด์ฟาร์มมิ่ง (Yield farming)

โปรโตคอลใหม่ๆ หรือที่กำลังเติบโตมักจะจ่ายรางวัลพิเศษเป็นโทเค็นของตนเองเพื่อดึงดูดสภาพคล่อง โทเค็นตอบแทนเหล่านี้อาจช่วยเพิ่มผลตอบแทนเป็นตัวเลข 2 หลักได้ชั่วคราว แต่ก็มีความผันผวนและคงอยู่ได้ไม่นาน เพราะราคาของโทเค็นตอบแทนอาจลดลงได้ หรือการปล่อยโทเค็นอาจสิ้นสุดลงอย่างกะทันหัน ให้มองว่าส่วนนี้เป็นโบนัส ไม่ใช่แหล่งผลตอบแทนหลัก

สเตเบิลคอยน์ที่ให้ผลตอบแทน

สเตเบิลคอยน์บางอย่างอาจมีผลตอบแทนมาพร้อมกับโทเค็นเลย โทเค็นเหล่านี้ช่วยให้ได้ผลตอบแทนง่ายขึ้น แต่ก็มีข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับการกำกับดูแล ความโปร่งใส และระเบียบข้อบังคับใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เพราะเริ่มมีลักษณะเหมือนกองทุนรวมตลาดเงินบนบล็อกเชน

ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ต่างจากดอกเบี้ยแบบเดิมๆ หรือผลตอบแทนจากสเตกกิงอย่างไร

ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ก็ทำหน้าที่เหมือนตลาดเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงสำหรับเงินดอลลาร์ดิจิทัล เพียงแต่ไม่มีมาตรการความปลอดภัยสำรองแบบที่การฝากเงินแบบเดิมๆ หรือระบบสเตกกิงมีกัน

ข้อแตกต่างมีดังนี้

  • แหล่งที่มา: ดอกเบี้ยของธนาคารมาจากกำไรในการปล่อยกู้ของธนาคาร ผลตอบแทนจากสเตกกิงมาจากอัตราเงินเฟ้อของเครือข่ายและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ซึ่งมอบให้เพื่อตอบแทนที่ช่วยดูแลเครือข่ายบล็อกเชนให้ปลอดภัย ส่วนผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์จะมาจากผู้กู้ที่จ่ายดอกเบี้ย นักเทรดที่จ่ายค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน หรือโปรโตคอลที่จ่ายค่าตอบแทน บางอย่างก็อาศัยความต้องการแบบออร์แกนิกในตลาด แต่บางอย่างก็อาศัยเงินอุดหนุนซึ่งย่อมหมดลงในที่สุด

  • การกู้ยืม: เงินฝากธนาคารจะได้อัตราที่น้อยแต่คาดการณ์ได้เนื่องจากมีการประกันและกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ส่วนผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์จะมีอัตราที่สูงกว่าเพราะอิงตามตลาด ผู้กู้ยืมคริปโตจะจ่ายเงินมากกว่าเพื่อเข้าถึงสภาพคล่อง และไม่มีการประกันจากรัฐบาลหรือกลไกช่วยเหลือจากส่วนกลาง

  • ความผันผวน: อัตราของธนาคารเปลี่ยนแปลงช้า ในขณะที่ผลตอบแทนจากสเตกกิงจะกำหนดจากการคำนวณของโปรโตคอล ส่วนผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์อาจผันผวนได้ทุกวัน ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะของตลาด ความเชื่อมั่นของนักลงทุน หรือโปรแกรมจูงใจใหม่ๆ โดยมักจะมีสภาพคล่อง เพื่อให้คุณถอนเงินได้ทุกเมื่อที่ต้องการ แต่ก็ไม่มีการรับประกัน

  • เงินต้น: เมื่อใช้โทเค็นสเตกกิง เช่น Ether และ ADA เงินต้นของคุณจะผันผวนตามราคาตลาดของโทเค็น แต่หากใช้สเตเบิลคอยน์ที่มีเงินตรารองรับ มูลค่าของสินทรัพย์จะคงที่อยู่ที่ 1 ดอลลาร์ ผลตอบแทนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาโทเค็น คุณจะอยู่ในฐานะผู้ให้กู้ยืมหรือเสริมสภาพคล่อง ไม่ใช่ผู้ตรวจสอบธุรกรรม

มีปัจจัยเสี่ยงใดบ้างที่ส่งผลต่อผลตอบแทน

ผลตอบแทนที่สูงขึ้นย่อมมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้นในจุดใดจุดหนึ่งของระบบ การทำความเข้าใจจุดที่มีความเสี่ยงและรู้วิธีรับมือความเสี่ยงนั้นๆ จะช่วยพลิกสถานการณ์จากการมีโอกาสขาดทุนให้เกิดผลตอบแทนอย่างยั่งยืนได้เลย

สิ่งที่ควรระวังมีดังนี้

ความเสี่ยงจากคู่สัญญา

เมื่อคุณปล่อยกู้สเตเบิลคอยน์ให้กับแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ก็จะเป็นการขยายเครดิตอย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้ให้กู้นั้นจัดการเงินผิดพลาดหรือล้มละลาย เงินทุนของคุณก็จะมีความเสี่ยงไปด้วย การล้มละลายของแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น BlockFi และ FTX แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ที่ควรจะล่มสลายได้เร็วแค่ไหนหากคู่สัญญาก่อหนี้มากเกินไปหรือขาดความโปร่งใส ให้ลดความเสี่ยงนี้โดยการสร้างรายได้จากหลายๆ แหล่ง ตรวจสอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน และให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีเงินสำรองและการตรวจสอบที่โปร่งใส

ความเสี่ยงจากสัญญาอัจฉริยะ

ช่องโหว่ในสัญญาอัจฉริยะต่างๆ อาจทำให้ถูกแฮ็กหรือแสวงหาประโยชน์จนสูญเงินได้ในทันที แม้แต่โปรโตคอลที่มีการตรวจสอบก็เผชิญกับความเสี่ยงนี้เช่นกัน ในการป้องกันปัญหานี้ ให้มุ่งเน้นที่แพลตฟอร์มซึ่งเป็นที่ยอมรับและมีประวัติการรักษาความปลอดภัยมาอย่างยาวนาน รวมถึงการตรวจสอบอิสระหลายครั้ง และพิจารณารับความคุ้มครองจากการประกันภัยหากมีให้ใช้

ความเสี่ยงจากการคลาดเคลื่อนจากราคาที่ตรึงไว้

ราคาที่ตรึงไว้ของสเตเบิลคอยน์นั้นเป็นเพียงคำมั่นสัญญา ซึ่งหากคลาดเคลื่อนไป แม้จะได้ผลตอบแทนดีแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ สเตเบิลคอยน์ที่มีเงินตรารองรับอาจสั่นคลอนได้หากธนาคารที่ดูแลเงินสำรองหรือผู้ดูแลจัดการประสบปัญหา เช่น ตอนที่ USDC มีมูลค่าลดลงเหลือ 0.88 ดอลลาร์เป็นเวลาสั้นๆ หลังการล่มสลายของธนาคาร Silicon Valley Bank ส่วนสเตเบิลคอยน์ที่มีคริปโตรองรับ เช่น USDS ก็จะผูกอยู่กับมูลค่าของหลักประกัน และสเตเบิลคอยน์ที่ใช้อัลกอริทึมก็เป็นที่พิสูจน์แล้วว่ามีความเปราะบางอยู่ในตัว ให้ลดความเสี่ยงนี้ได้โดยเลือกใช้เฉพาะสเตเบิลคอยน์ที่มีเงินสำรองเต็มจำนวนและผ่านการตรวจสอบแล้ว รวมถึงตรวจสอบสถานะการตรึงราคาเป็นประจำ

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการไถ่ถอน

กลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนบางอย่างจำเป็นต้องมีการกันเงินไว้หรือขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของแพลตฟอร์ม หากการถอนเงินหยุดชั่วคราวหรือความต้องการถอนพุ่งสูงสุด คุณอาจไม่สามารถถอนตัวออกมาได้เร็วหรือถอนเงินได้ตามมูลค่าที่กำหนดไว้ คุณควรเลือกกลุ่มที่เข้าถึงได้ทันทีและลองทดสอบขั้นตอนการถอนเงินดูก่อนที่จะเพิ่มความเสี่ยง

ความเสี่ยงด้านระเบียบข้อบังคับ

รัฐบาลทั่วโลกกำลังยกระดับกฎต่างๆ เกี่ยวกับผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ให้เข้มงวดขึ้น การดำเนินการของหน่วยงานกำกับดูแลอาจหยุดการถอนเงินหรือยุติการเสนอขายในชั่วข้ามคืนได้ ให้ลดความเสี่ยงนี้โดยใช้แพลตฟอร์มที่เป็นไปตามข้อกำหนดและปฏิบัติตามกฎหมายในเขตอำนาจศาลนั้นๆ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณจัดการกองทุนสถาบัน

การดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับเปลี่ยนแปลงผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ไปอย่างไรบ้าง

ระเบียบข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์ได้มีความเข้มงวดขึ้นอย่างมาก

การดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับบางส่วนในตลาดหลักๆ มีดังนี้

สหรัฐอเมริกา

หน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐอเมริกาจะถือว่าผลิตภัณฑ์สเตเบิลคอยน์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์ด้านธนาคาร โดย GENIUS Act ได้วางกฎเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ไว้ เช่น การห้ามไม่ให้ผู้ออกสเตเบิลคอยน์จ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือโดยตรง

สหภาพยุโรป

ระเบียบข้อบังคับ Markets in Crypto-Assets (MiCA) ของสหภาพยุโรปได้วางระบบการออกใบอนุญาตให้กับผู้ออกสเตเบิลคอยน์ และกำหนดข้อห้ามอย่างชัดเจนไม่ให้บุคคลเหล่านี้ให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ถือ ผู้ใช้ในยุโรปยังรับผลตอบแทนผ่าน DeFi หรือเครื่องมือการลงทุนที่มีการกำกับดูแลได้อยู่ แต่ตัวสเตเบิลคอยน์เองจะทำหน้าที่เหมือนเงินฝากธนาคารไม่ได้

เอเชียแปซิฟิก

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ของสิงคโปร์และญี่ปุ่นไม่ได้กำหนดข้อห้ามในเรื่องผลตอบแทน แต่เปิดช่องน้อยมากสำหรับโมเดลที่ให้ดอกเบี้ยโดยไม่มีการกำกับดูแล ทางเลือกที่เป็นไปตามข้อกำหนดก็เริ่มมีมากขึ้น โดยเฉพาะกองทุนรวมตลาดเงินแบบโทเค็นที่ถือครองสินทรัพย์ระยะสั้นและแบ่งผลตอบแทนอย่างโปร่งใส

สถาบันต่างๆ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างไรก่อนที่จะลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์

การรับผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์อาจคุ้มค่าหากคุณดำเนินการโดยใช้แนวทางเดียวกับการลงทุนระยะสั้น

ขั้นตอนที่คุณควรทำมีดังนี้

ทำความเข้าใจกับสเตเบิลคอยน์นั้นๆ

พยายามเลือกใช้สเตเบิลคอยน์ที่มีเงินตรารองรับและเป็นที่ยอมรับ เช่น USDC และ USDT ให้ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ตรวจสอบ เผยแพร่รายงานบ่อยแค่ไหน และใช้สินทรัพย์ใดรองรับราคาที่ตรึงไว้ ให้หลีกเลี่ยงสเตเบิลคอยน์ที่ไม่ชัดเจนหรืออาศัยอัลกอริทึมล้วนๆ ไม่ว่าผลตอบแทนจะดูน่าสนใจแค่ไหนก็ตาม

ประเมินความเสี่ยงจากคู่สัญญาหรือโปรโตคอล

ในระบบการเงินแบบรวมศูนย์ คุณจะไว้วางใจบริษัท ส่วนใน DeFi คุณจะไว้วางใจโค้ด ให้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การกำกับดูแล การตรวจสอบการรักษาความปลอดภัย และคุณภาพของเงินสำรอง หากแพลตฟอร์มมองว่าเงินฝากของคุณเป็นสินเชื่อไม่มีหลักประกันหรือไม่เปิดเผยวิธีจัดการความเสี่ยง ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน

ติดตามดูแหล่งที่มาของผลตอบแทน

คุณควรรู้ว่าผลตอบแทนมาจากไหน มาจากดอกเบี้ยของผู้กู้ยืม ค่าธรรมเนียมการเทรด หรือสิ่งจูงใจของโทเค็นหรือเปล่า ผลตอบแทนที่ไม่โปร่งใสมักจะมีการก่อหนี้ (Leverage) แอบแฝงอยู่ เงินอุดหนุนที่ไม่ยั่งยืน หรือความเสี่ยงที่เห็นได้ทันที

ตรวจสอบความเสี่ยงด้านระเบียบข้อบังคับและกฎหมาย

ให้ยืนยันว่า การรับผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์สามารถทำได้ในเขตอำนาจศาลของคุณหรือไม่ และเป็นไปตามนโยบายของบริษัทของคุณหรือไม่ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพลตฟอร์มเป็นไปตามมาตรฐาน Know Your Customer (KYC) และการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และดูว่าหน่วยงานด้านภาษีจะจัดการกับรายได้อย่างไร

วางแผนการดูแลจัดการและการดำเนินงานอย่างรอบคอบ

ให้ตัดสินใจว่าคุณจะถือสเตเบิลคอยน์ไว้ที่ไหนและถืออย่างไร ไม่ว่าจะผ่านผู้ดูแลจัดการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม กระเป๋าเงินที่จัดการเอง คนกลางที่เป็นฟินเทค โดยให้ความสำคัญกับการจัดเก็บที่ปลอดภัย การอนุมัติแบบใช้หลายลายเซ็น และรายการธุรกรรมที่อนุญาตสำหรับมาตรการควบคุมขององค์กร

เริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มขนาดขึ้น

ทดสอบการแปลงสกุลเงิน ผลตอบแทนคงค้าง การถอนเงิน และการรายงานให้ครบถ้วนทั้งหมดก่อนที่คุณจะจัดสรรเงินลงทุนไปเป็นจำนวนมาก ให้กระจายความเสี่ยงในแพลตฟอร์มและสเตเบิลคอยน์หลายๆ แบบ และตรวจสอบความเสี่ยงอยู่ตลอด

ทีมการเงินจะนำกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์มาใช้กับการจัดการสภาพคล่องในวงกว้างได้อย่างไร

สเตเบิลคอยน์มีบทบาทได้ 2 อย่างในกลยุทธ์ด้านสภาพคล่อง ได้แก่ วิธีที่รวดเร็วและตั้งโปรแกรมได้ในการเคลื่อนย้ายเงิน และแหล่งผลตอบแทนที่พอเหมาะจากเงินสดที่ไม่ได้ใช้งาน (เมื่อใช้อย่างรอบคอบ)

วิธีนำสเตเบิลคอยน์ไปใช้กับกลยุทธ์การจัดการสภาพคล่องของคุณมีดังนี้

  • ชี้แจงวัตถุประสงค์ของคุณ: ตัดสินใจว่าสเตเบิลคอยน์มีไว้สำหรับเงินทุนหมุนเวียน การชำระเงินข้ามพรมแดน หรือการยกระดับผลตอบแทนของคุณ หากมีเป้าหมายเป็นผลตอบแทน ให้มุ่งเน้นไปที่เงินสดส่วนเกิน (Excess cash) ไม่ใช่เงินทุนในการดำเนินงานที่คุณต้องใช้ในสัปดาห์ถัดไป

  • แบ่งกลุ่มและปรับให้เป็นแบบอัตโนมัติ: ให้มองว่าการถือครองสเตเบิลคอยน์ก็เหมือนการลงทุนระยะสั้น โดยดูแลเงินส่วนที่ใช้ทำธุรกรรมให้มีสภาพคล่องสูง และเอาเงินส่วนเกินไปใช้กับกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เช่น ตลาดการกู้ยืม DeFi หรือกองทุนรวมตลาดเงินในรูปแบบโทเค็นที่มีเงื่อนไขการถอนเงินที่ชัดเจน

  • ใส่มาตรการควบคุมความเสี่ยง: อัปเดตนโยบายการเงินเพื่อกำหนดขีดจำกัดความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัล สเตเบิลคอยน์ที่ได้รับอนุมัติ และคู่สัญญา ให้ตรวจสอบผลตอบแทน สภาพคล่อง และสถานะโปรโตคอลแบบเดียวกับที่คุณติดตามตลาดเงินหรือสถานะสัญญาขายหรือซื้อคืน (Repo)

  • จัดให้มีขั้นตอนการควบคุม: เลือกพาร์ทเนอร์ดูแลจัดการหรือกระเป๋าเงินที่รองรับมาตรการควบคุมขององค์กร เช่น การอนุมัติแบบใช้หลายลายเซ็น ที่อยู่ในรายการที่อนุญาต และบันทึกธุรกรรมโดยละเอียด ให้นำขั้นตอนของสเตเบิลคอยน์ไปรวมกับขั้นตอนการรายงานและการกระทบยอดของคุณ

  • ใช้ข้อได้เปรียบในวงกว้าง: ใช้ประโยชน์จากสเตเบิลคอยน์ที่ชำระเงินได้แทบจะทันทีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และกองสินทรัพย์สภาพคล่องที่มีอยู่ทั่วโลก เช่น การรองรับการเบิกจ่ายเป็น USDC ของ Stripe แสดงให้เห็นว่าเงินสดดิจิทัลจะช่วยให้การเบิกจ่ายทั่วโลกเร็วขึ้นได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็ช่วยให้กองทุนมีความยืดหยุ่นพร้อมรับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนระยะสั้นระหว่างรอบการชำระเงิน

Stripe ช่วยอะไรได้บ้าง

Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินทั่วโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลก สามารถรับชำระเงินออนไลน์ หน้า และที่ใดก็ได้ทั่วโลก ธุรกิจต่างๆ สามารถรับชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ได้จากเกือบทุกที่ทั่วโลก โดยชำระเป็นสกุลเงินตราในยอดคงเหลือ Stripe ของตน

Stripe Payments ช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้แล้ว และสิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี รวมถึงสเตเบิลคอยน์และคริปโต

  • ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน

  • รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบให้ตรงกลุ่ม ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายรับ

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและฟังก์ชันขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ

  • เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีประวัติระยะเวลาให้บริการสูง โดยแทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือสูงเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณสามารถรับชำระเงินออนไลน์และที่จุดขาย หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้

เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

บทความอื่นๆ

  • เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง โปรดลองอีกครั้งหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน

หากพร้อมเริ่มใช้งานแล้ว

สร้างบัญชีและเริ่มรับการชำระเงินโดยไม่ต้องทำสัญญาหรือระบุรายละเอียดเกี่ยวกับธนาคาร หรือติดต่อเราเพื่อสร้างแพ็กเกจที่ออกแบบเองสำหรับธุรกิจของคุณ
Payments

Payments

รับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกด้วยโซลูชันการชำระเงินที่สร้างมาสำหรับธุรกิจทุกขนาด

Stripe Docs เกี่ยวกับ Payments

ค้นหาคู่มือเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Payments API ของ Stripe
Proxying: stripe.com/th/resources/more/stablecoin-yield