ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือที่เรียกว่า SME (Small and medium enterprises) มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย การทำความเข้าใจประเภทของธุรกิจ SME จึงมีประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการเลือกโมเดลธุรกิจที่ตรงกับเป้าหมาย วางแผนการดำเนินงาน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนหรือโครงการสนับสนุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในบทความนี้เราจะทำความรู้จักว่าธุรกิจ SME คืออะไร ประเภทของธุรกิจ SME ในประเทศไทย เรียนรู้ความสำคัญของธุรกิจ SME ต่อเศรษฐกิจไทย ไปจนถึงแหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมแนะนำโซลูชันชำระเงินที่สอดคล้องกับขนาดของกิจการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ รองรับการรับชำระเงินอย่างมืออาชีพ และช่วยให้การขยายกิจการในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นระบบ
เนื้อหาหลักในบทความ
- ธุรกิจ SME คืออะไร
- ประเภทของธุรกิจ SME ในประเทศไทย
- ความสำคัญของธุรกิจ SME ต่อเศรษฐกิจไทย
- แหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนสำหรับ SME
- โซลูชันชำระเงินที่สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ SME
- Stripe Payments ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
ธุรกิจ SME คืออะไร
ธุรกิจ SME (Small and medium enterprises) หรือ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือธุรกิจที่มีขนาดเล็กถึงปานกลางและดำเนินกิจการโดยผู้ประกอบการรายย่อย มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการและไม่ขึ้นอยู่กับกลุ่มธุรกิจใด ธุรกิจ SME มักมีรายได้ สินทรัพย์ และจำนวนพนักงานไม่สูงนัก รวมถึงใช้เงินลงทุนในปริมาณจำกัด
ประเภทของธุรกิจ SME ในประเทศไทย
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ได้แบ่งธุรกิจ SME ไทยออกเป็น 3 ประเภทตามจำนวนพนักงาน รายได้ และประเภทกิจการ เช่น การผลิต การค้าส่ง การค้าปลีก หรือการให้บริการ ดังนี้
-
ธุรกิจรายย่อย (Micro SME): เป็นกลุ่มธุรกิจที่เล็กที่สุด มักเป็นเจ้าของเดียวหรือธุรกิจครอบครัว มีพนักงานไม่เกิน 5 คน ตัวอย่างธุรกิจ เช่น ร้านค้าปลีกออนไลน์, บริการฟรีแลนซ์, คาเฟ่, ร้านซักรีด, ร้านเสริมสวย หรือร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
-
ธุรกิจขนาดเล็ก (Small SME): มักดำเนินกิจการโดยเจ้าของคนเดียวหรือมีหุ้นส่วนไม่มาก มีการจัดการที่ไม่ซับซ้อนและมีพนักงานไม่เกิน 30-50 คน ตัวอย่างธุรกิจ เช่น ร้านอาหารขนาดใหญ่, คลินิกความงาม, คลินิกทันตกรรม, ธุรกิจนำเข้า‑ส่งออกสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือโรงงานขนาดเล็กที่ผลิตสินค้าอย่างเครื่องประดับ, เสื้อผ้า, ผลิตภัณฑ์สปา หรืองานเซรามิก
-
ธุรกิจขนาดกลาง (Medium SME): มักเป็นบริษัทจดทะเบียน มีโครงสร้างและมีกระบวนการบริหารตามมาตรฐาน มีพนักงานไม่เกิน 100-200 คน ตัวอย่างธุรกิจ เช่น โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์, ผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์, ธุรกิจซอฟต์แวร์, บริษัทให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล หรือโรงงานแปรรูปอาหารหรืออาหารพร้อมทาน
ความสำคัญของธุรกิจ SME ต่อเศรษฐกิจไทย
SME ไทยถือเป็นหัวใจของเศรษฐกิจโดยรวม โดยธุรกิจที่มีขนาดย่อมถึงขนาดกลางนั้นมีสัดส่วนมากกว่า 99% ของกิจการทั้งหมดในประเทศ มีหน้าที่สำคัญในการจ้างงานกว่า 70% ของแรงงานทั้งหมดในระบบ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็นประมาณ 35-40% ของ GDP (Gross domestic product)
การเติบโตของภาคธุรกิจ SME จึงส่งผลโดยตรงต่อการสร้างงานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้การที่มีธุรกิจ SME จำนวนมากกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศนั้นเป็นการแบ่งสรรรายได้และความเจริญสู่ระดับท้องถิ่น ความสำเร็จของ SME จึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม ลดความเหลื่อมล้ำจากทรัพยากรที่มักถูกรวบรวมไว้แต่ในเมืองใหญ่
แหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนสำหรับ SME
ปัจจุบันภาครัฐและเอกชนมีแหล่งเงินทุนและองค์กรสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ SME ในประเทศไทย ดังนี้
แหล่งเงินทุนสำหรับ SME
-
ทรัพย์สินส่วนตัว/ผู้ร่วมทุน
ผู้ประกอบการอาจนำทุนส่วนตัวหรือระดมทุนจากผู้ร่วมทุน/นักลงทุน เช่น ทุนส่วนบุคคล (Private equity) หรือบริษัทร่วมลงทุน (Venture capital) ที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เพื่อช่วยลดภาระหนี้ SME โดยแลกกับส่วนแบ่งการถือหุ้นในบริษัท
-
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan)
สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SME โดยมีเงื่อนไขดอกเบี้ยที่มีอัตราต่ำกว่าดอกเบี้ยของสินเชื่อในตลาดทั่วไปเพื่อช่วยสภาพคล่องของธุรกิจ พร้อมเงื่อนไขผ่อนปรน เช่น ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถยืดระยะเวลาผ่อนชำระ และมีระยะเวลาปลอดหนี้
-
สินเชื่อรายย่อย (Nano finance)
สินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือรายได้ไม่แน่นอน เช่น พ่อค้าแม่ค้า ร้านค้าออนไลน์ หรือฟรีแลนซ์ มีวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันแต่มีดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อทั่วไป
-
สินเชื่อออนไลน์
การขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ (Digital lending) โดยสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง เช่น สินเชื่อที่ใช้ยอดขายออนไลน์ในการพิจารณาวงเงิน และสินเชื่อระหว่างบุคคล (P2P lending) หรือการกู้ยืมเงินระหว่าง SME กับผู้ที่ต้องการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์โดยไม่ต้องผ่านสถาบันการเงิน
-
สินเชื่ออื่นๆ
สถาบันการเงินไทยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับธุรกิจ SME หลากหลายรูปแบบ เช่น สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน, สินเชื่อเพื่อขยายกิจการ หรือสินเชื่อแฟคตอริง เป็นต้น
-
เงินสนับสนุน (Grant)
เงินช่วยเหลือที่ภาครัฐหรือองค์กรต่างๆ มอบให้กับผู้ประกอบการโดยไม่ต้องมีการชำระคืน เพื่อช่วยส่งเสริม SME ในด้านต่างๆ เช่น การขยายตลาด, การพัฒนาเทคโนโลยี, การวิจัยและพัฒนา (R&D), การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเป็นเงินสนับสนุน SME ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
การระดมทุน (Crowdfunding)
สำหรับธุรกิจ SME ที่มีศักยภาพเติบโตสูง การเลือกใช้การระดมทุนเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น
-
การบริจาค (Donation-based crowdfunding)
ผู้สนับสนุนให้เงินโดยไม่มีการคาดหวังผลตอบแทน เป็นทุนเปล่าจากการบริจาค สำหรับโครงการงานอาสา CSR ไม่ใช่การขยายธุรกิจเพื่อกำไรโดยตรง
-
รางวัลตอบแทน (Reward crowdfunding)
ผู้สนับสนุนจะได้รับของตอบแทน เช่น ของขวัญสินค้ารุ่นแรก ของที่ระลึกหรือสิทธิพิเศษ แลกกับเงินสนับสนุนที่ไม่ใช่หุ้นหรือตราสารหนี้
-
ลงทุนแลกหุ้น (Equity crowdfunding)
ระดมเงินโดยการออกตราสารหนี้หรือสัญญาให้ยืม แล้วมีการชำระคืนพร้อมดอกเบี้ย ผู้สนับสนุนจะได้สิทธิ์ในหุ้นหรือผลกำไรเป็นการตอบแทน เหมาะสำหรับ SME ที่มีศักยภาพเติบโตสูงและต้องการเงินทุนจำนวนมาก
-
หุ้นกู้ (Debt crowdfunding)
ผู้สนับสนุนรับหุ้น ส่วนแบ่งรายได้ของธุรกิจ หรือได้รับสิทธิร่วมเป็นเจ้าของบางส่วน เหมาะสำหรับ SME ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น หลักการคล้ายกับการกู้เงิน ต่างกันที่เป็นการกู้เงินจากคนจำนวนมากแทนที่จะเป็นการกู้จากธนาคาร
องค์กรสนับสนุนสำหรับ SME
หน่วยงาน สสว. (OSMEP)
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นศูนย์กลางการส่งเสริมธุรกิจ SME ไทยให้เข้าถึงการสนับสนุนของรัฐและเอกชน รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสามารถแนะนำว่าโครงการไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ มีโครงการอบรมและให้ความรู้ด้านการพัฒนาองค์กร, ธุรกิจ, ตลาด, เทคโนโลยี, ดิจิทัล, เพิ่มความสามารถในการผลิต ฯลฯ
ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่ง (ธพว.)
ธพว. หรือ SME Bank ประเทศไทย ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มวิสาหกิจประเภทผลิต, บริการ, ค้าส่ง‑ค้าปลีก มีมาตรการช่วยเหลือ เช่น
-
ด้านการเงิน: ให้สินเชื่อ SME เพื่อการจัดตั้ง, ดำเนินงาน, ขยายหรือปรับปรุงกิจการตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ธพว. พ.ศ. 2545, ช่วยปรับโครงสร้างหนี้และให้พักชำระเงินต้น เป็นต้น
-
บริหารจัดการธุรกิจ: มีให้คำปรึกษาด้านบัญชี, การเงิน, ภาษี, การตลาด, การผลิต, เทคโนโลยีและนวัตกรรม
-
เครื่องมือดิจิทัล: มีแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ เช่น Business health check, e‑learning และ Market matching สำหรับจับคู่ธุรกิจ เป็นต้น
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ (Thai SME fund)
Thai SME fund ช่วยเหลือ SME ระดับท้องถิ่นและรายย่อย ดังนี้
-
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องหรือขยายธุรกิจ โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก เช่น อัตรา 1% ในช่วงโปรโมชัน
-
เข้าถึงแหล่งเงินทุน: ขยายช่องทางให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เช่น ช่วยปรับเกณฑ์และทำให้ขอสินเชื่อออนไลน์ผ่านได้มากขึ้น
-
ยกระดับศักยภาพธุรกิจ: สนับสนุนการยกระดับความสามารถธุรกิจ เช่น การลงทุนใช้เครื่องจักร, ปรับปรุงระบบการผลิต, เพิ่มมาตรฐานธุรกิจ และช่วยให้ SME ส่งออกได้มากขึ้น
-
ช่วยฟื้นฟูธุรกิจ: ช่วย SME ที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤตให้พักชำระหนี้และมีโครงการเฉพาะเพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่มีภาระทางการเงิน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้จำกัดหน้าที่แค่การจดทะเบียนธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้เติบโตและพัฒนาเข้ากับยุคดิจิทัลและการแข่งขันที่สูงขึ้น มีการจัดอบรมและให้ความรู้เรื่องการตลาดดิจิทัล การปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย การใช้ระบบ POS รวมถึงการเชื่อมโยงอีคอมเมิร์ซและขยายโอกาสธุรกิจ SME สู่ตลาดต่างประเทศ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
NIA สนับสนุนธุรกิจ SME และนวัตกรรมโดยรวม เหมาะกับธุรกิจ SME ที่ต้องการ:
-
ขยายตลาดและสร้างเครือข่าย: ช่วยเชื่อมโยง SME ด้านนวัตกรรมกับเครือข่ายต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศและการขยายสู่ตลาดภูมิภาค
- *พัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา: * SME สามารถเข้าร่วมโครงการด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ NIA ร่วมกับ World Intellectual Property Organization (WIPO) ให้คำปรึกษาฟรีเพื่อจัดการด้าน IP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
ส่งเสริมนวัตกรรมของประเทศ: NIA รับบทบาทเป็นตัวเชื่อมหลักในการจัดการสร้างระบบนวัตกรรมเชื่อมโยงระหว่างสตาร์ทอัพ (startup) ภาครัฐและภาคเอกชน
สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)
ISMED ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถของ SME เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย:
-
ให้คำปรึกษาและจัดฝึกอบรม: ให้คำปรึกษาด้านการปรับปรุงกิจการ, การตลาด, การลงทุนและจัดฝึกอบรมให้ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดและเติบโตได้
-
วิจัยและรวบรวมข้อมูล: ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ SME และรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการได้นำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ
-
สร้างเครือข่าย: เชื่อมโยงธุรกิจและสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน
-
ส่งเสริมนวัตกรรม: ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการประยุกต์ใช้นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจ
-
รับรองมาตรฐานวิชาชีพของบุคลากรที่ให้บริการแก่ SME: ISMED รับรองมาตรฐานและพัฒนาวิชาชีพของบุคลากรที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการ SME เช่น ที่ปรึกษาธุรกิจ โค้ช ผู้ประเมิน จะได้รับการรับรองจาก ISMED ว่ามีความรู้และทักษะตามเกณฑ์มืออาชีพ
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
บสย. เป็นองค์กรรัฐที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือให้ SME เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อเพื่อลดข้อจำกัดเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ
องค์กรเฉพาะด้านอุตสาหกรรม
การเข้าร่วมกับองค์กรในอุตสาหกรรมเฉพาะด้านมีประโยชน์อย่างมากกับ SME เช่น สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (Thailand Textile Institute) มีบทบาทในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย หรือสถาบันอาหาร (National Food Institute) ที่ส่งเสริมด้านอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดและการเพิ่มมูลค่า
โซลูชันชำระเงินที่สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ SME
การเลือกโซลูชันชำระเงินที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ SME แต่ละขนาดเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดต้นทุนในการจัดการ ลดภาระการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า
ธุรกิจ SME ในไทยมักมีความต้องการระบบชำระเงินที่แตกต่างกันตามขนาดและประเภทของ SME ดังนี้
-
ธุรกิจรายย่อย (Micro SME): ธุรกิจรายย่อยมักต้องการระบบชำระเงินที่ใช้งานง่าย ติดตั้งและเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมาก และใช้ต้นทุนต่ำในการใช้งานเพื่อช่วยลดภาระสำหรับธุรกิจในช่วงแรก
-
ธุรกิจขนาดเล็ก (Small SME): ธุรกิจขนาดเล็กต้องการระบบชำระเงินที่รองรับได้หลากหลายช่องทาง ช่วยอำนวยความสะดวกลูกค้าที่หลากหลายและจัดการธุรกรรมอย่างเป็นระบบ
-
ธุรกิจขนาดกลาง (Medium SME): ต้องการโซลูชันที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบบัญชี หรือ ERP เพื่อการจัดการที่ครบวงจรในการบันทึกรายการการเงินโดยอัตโนมัติ การออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-invoice) และช่วยจัดการรายรับและภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Stripe มีโซลูชันการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้งานของ SME ไทยแต่ละประเภท ตั้งแต่ธุรกิจขนาดย่อมที่เน้นวิธีรับชำระเงินที่ปรับใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว ไปจนถึงธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการความแม่นยำและระบบที่ครบวงจรเพื่อช่วยให้ SME ไทยรับชำระเงินอย่างมืออาชีพและเติบโตได้อย่างมั่นคง
Stripe Checkout และ Stripe Payment Links ช่วยตอบโจทย์ธุรกิจขนาดย่อมเพื่อเริ่มรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและเดบิต, พร้อมเพย์ และกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital wallet) ได้ภายในไม่กี่นาที สำหรับ SME ขนาดกลาง ผู้ประกอบการสามารถใช้ Stripe API เพื่อเชื่อมต่อกับระบบบัญชีหรือ ERP ได้อย่างราบรื่น พร้อม Dashboard แสดงธุรกรรมแบบเรียลไทม์ รองรับการออก e-invoice อย่างสะดวกรวดเร็วและยังช่วยให้ SME ไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Stripe Payments ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Payments มอบโซลูชันการชำระเงินระดับโลกแบบครบวงจรที่ช่วยให้ธุรกิจใดๆ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตไปจนถึงองค์กรระดับโลก สามารถรับชำระเงินออนไลน์ ที่จุดขาย และทั่วโลกได้
Stripe Payments สามารถช่วยคุณทำสิ่งต่อไปนี้
-
เพิ่มประสิทธิภาพให้ประสบการณ์การชำระเงินของคุณ: สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้าและประหยัดเวลาในการทำงานวิศวกรรมได้หลายพันชั่วโมงด้วย UI การชำระเงินที่สร้างไว้ให้แล้ว, สิทธิ์เข้าถึงวิธีการชำระเงินมากกว่า 125 วิธี และ Link ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินที่สร้างโดย Stripe
-
ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น: เข้าถึงลูกค้าทั่วโลกและลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการจัดการหลายสกุลเงินด้วยตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีให้บริการใน 195 ประเทศและกว่า 135 สกุลเงิน
-
รวมการชำระเงินที่จุดขายและทางออนไลน์ไว้ด้วยกัน: สร้างประสบการณ์การค้าแบบแพลตฟอร์มรวมในช่องทางออนไลน์และที่จุดขายเพื่อปรับแต่งการโต้ตอบ ตอบแทนความภักดี และเพิ่มรายได้
-
ปรับปรุงประสิทธิภาพการชำระเงิน: เพิ่มรายรับด้วยเครื่องมือการชำระเงินที่กำหนดเองได้และปรับแต่งได้ง่ายๆ เช่น ระบบป้องกันการฉ้อโกงแบบไม่ต้องเขียนโค้ดและฟังก์ชันขั้นสูงเพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติ
-
เดินหน้าได้เร็วขึ้นด้วยแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นและเชื่อถือได้เพื่อการเติบโต: สร้างบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขยับขยายไปพร้อมกับคุณ โดยมีระยะเวลาให้บริการที่แทบจะไม่หยุดทำงานเลย และมีความน่าเชื่อถือระดับแนวหน้าของวงการ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe Payments สามารถช่วยให้คุณรับการชำระเงินออนไลน์และที่จุดขายได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ