การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดย่อกระบวนการขายทั้งหมดให้เกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที โดยขับเคลื่อนด้วยการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ อิทธิพลของครีเอเตอร์ และการช้อปปิ้งผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ สิ่งนี้เปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจในการเปิดตัวสินค้า กระตุ้นอัตราคอนเวอร์ชัน และสร้างการรับรู้แบรนด์ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามใหม่สำหรับวงการอีคอมเมิร์ซ เช่น จะสร้างความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติในวงกว้างได้อย่างไร ขั้นตอนการชำระเงินควรเป็นแบบไหนเมื่อขายสินค้าได้ระหว่างการไลฟ์สด แล้วครีเอเตอร์ควรมีบทบาทอย่างไร และจะได้รับเงินในรูปแบบใด
ด้านล่างนี้ เราจะมาดูกันว่าการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดทำงานอย่างไร สิ่งใดเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต และจะสร้างได้อย่างไร โดยครอบคลุมตั้งแต่สตรีมครั้งแรกไปจนถึงระดับโลก
เนื้อหาหลักในบทความ
- การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดคืออะไร และทำไมจึงเติบโตเร็ว
- ปัจจัยใดที่ทำให้การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดประสบความสำเร็จ
- การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดมีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง
- แพลตฟอร์มสำหรับการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดที่นิยมใช้มีอะไรบ้าง
- คุณจะจัดการขายผ่านการไลฟ์สดและเชื่อมต่อการชำระเงินกับ Stripe ได้อย่างไร
- เทรนด์การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดที่ควรจับตามองมีอะไรบ้าง
- Stripe Checkout ช่วยอะไรได้บ้าง
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดคืออะไร และทำไมจึงเติบโตเร็ว
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดผสมผสานวิดีโอแบบเรียลไทม์เข้ากับการช้อปปิ้ง ผู้จัด (มักเป็นครีเอเตอร์ ตัวแทนแบรนด์ หรือพนักงานร้านค้า) ไลฟ์สดพร้อมกับสินค้า ตอบคำถาม และบอกวิธีซื้อสินค้าโดยไม่ต้องออกจากสตรีมให้กับผู้ชม การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดกำลังเติบโตในแวดวงอีคอมเมิร์ซสมัยใหม่ โดยมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบมีการโต้ตอบ เป็นส่วนตัว และรวดเร็ว
ผู้ชมรับชม ถามคำถาม และซื้อสินค้าในเวลาไม่กี่นาที เพราะการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดรวบกระบวนการการช้อปปิ้งทั่วไป (ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆ เช่น การรับรู้ การพิจารณา และคอนเวอร์ชัน) ให้เหลือเซสชันเดียว วิธีนี้สร้างความไว้วางใจในแบบที่หน้าสินค้าแบบภาพนิ่งทำไม่สำเร็จนัก ผู้ชมเห็นสินค้าขณะใช้งานจริงและรู้สึกถึงความเร่งด่วน ซึ่งมักจะได้รับแรงกระตุ้นจากดีลจำกัดระยะเวลาหรือการพิสูจน์โดยสังคมจากผู้ซื้อรายอื่นๆ ในแชท
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อวิธีซื้อของผู้คนและวิธีขายของธุรกิจ โดยสามารถสร้างคอนเวอร์ชันได้มากถึง 10 เท่า ซึ่งจัดว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าการขายสินค้ารูปแบบมาตรฐาน โดยในประเทศจีน การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดสร้างเม็ดเงินได้ 695 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 และคาดว่าจะเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 ส่วนตลาดอื่นๆ ก็เติบโตเร็วขึ้นเช่นกัน
แพลตฟอร์มโซเชียลที่เน้นอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหลัก เช่น TikTok และ Instagram ได้เพิ่มการชำระเงินในคลิกเดียวในไลฟ์สตรีมบางส่วนของตนเอง
ปัจจัยใดที่ทำให้การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดประสบความสำเร็จ
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดเปลี่ยนการสาธิตวิธีใช้งานสินค้าให้เป็นประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบเรียลไทม์ โดยผู้จัดจะไลฟ์สดบนโซเชียล ในแอป หรือบนเว็บไซต์ของแบรนด์ และแนะนำสินค้าต่างๆ ให้ผู้ชมพร้อมกับโต้ตอบกับผู้ชมผ่านทางแชทไปด้วย ลูกค้าสามารถถามคำถาม รับชมการใช้งานสินค้าจริงๆ และซื้อได้ทันทีจากในหน้าจอเดียวกัน
สองสิ่งหลักที่ทำให้กิจกรรมการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดประสบความสำเร็จได้มีดังนี้
ผู้จัดที่เข้าใจบริบทและมีบุคลิกชัดเจน
อาจจะเป็นครีเอเตอร์ตัวแทนขาย หรือผู้ก่อตั้งแบรนด์ คนกลุ่มนี้แสดงให้เห็นว่าสินค้าทำงานอย่างไร เมื่อดูใกล้ๆ มีลักษณะอย่างไร และทำไมจึงคุ้มค่าที่จะซื้อ ผู้จัดมักจะตอบคำถามสด ตอบสนองคำขอ (เช่น "ขอดูด้านในกระเป๋าได้ไหม") และสาธิตฟีเจอร์เฉพาะเจาะจงตามความสนใจของผู้ชม
สำหรับครีเอเตอร์ การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดอาจซับซ้อนและมีประสิทธิภาพมากกว่าลิงก์แอฟฟิลิเอต และเป็นวิธีสร้างรายได้จากเสียงและชุมชนของตนเองในรูปแบบที่ตนรู้วิธีใช้อยู่แล้ว ครีเอเตอร์เหล่านี้จะสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งมากกว่ายัดเยียดสินค้า บ้างไลฟ์สตรีมแบบมีแบรนด์ทุกสัปดาห์ บ้างเปิดตัวสินค้ารุ่นพิเศษ การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดเป็นโมเดลธุรกิจที่ให้คุณค่ากับความจริงใจ ซึ่งกลายเป็นช่องทางสร้างรายรับมาตรฐานสำหรับครีเอเตอร์ระดับแนวหน้า
ระบบการช้อปปิ้งที่สามารถรองรับความต้องการแบบเรียลไทม์
สามารถช้อปปิ้งขณะสตรีมได้ ขณะที่ผู้จัดแนะนำสินค้า มักมีปุ่มซื้อหรือลิงก์ปรากฏบนหน้าจอ แต่ไม่มีป๊อปอัปหรือการเปลี่ยนเส้นทาง หากผู้ชมชอบสิ่งที่เห็น ก็สามารถเลือกขนาดหรือสี ซื้อ และอยู่ในสตรีมต่อไปได้
แค็ตตาล็อกสินค้าของผู้ค้าปลีก สินค้าคงคลัง และขั้นตอนการชำระเงินจำเป็นต้องซิงค์กันอยู่เสมอ ซึ่งทำได้โดยการผสานการทำงานระหว่างแพลตฟอร์มไลฟ์สดกับโครงสร้างพื้นฐานทางการค้า เมื่อสินค้าขายหมด สตรีมจะอัปเดต และคำสั่งซื้อจะเข้ามาแบบเรียลไทม์ โดยบางแบรนด์ขายสินค้าได้หลายพันชิ้นในเวลาไม่กี่นาที
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดมีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดประสบความได้เพราะเป็นส่วนตัวและให้ผลลัพธ์เกินคาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับกระบวนการอีคอมเมิร์ซแบบดั้งเดิม สำหรับหลายๆ ธุรกิจแล้ว ช่องทางนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การขายที่มีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจมากอยู่แล้ว
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดมีประโยชน์หลักๆ ดังนี้
ปริมาณคอนเวอร์ชันสูง
ตัวเลขเหล่านี้ยากจะมองข้าม อีคอมเมิร์ซแบบดั้งเดิมมีอัตราคอนเวอร์ชันอยู่ที่ประมาณ 2%–3% ของจำนวนการเข้าชม ขณะที่การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดมีอัตราคอนเวอร์ชันสูงถึง 30% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย เมื่อผู้ชมได้เห็นการสาธิตจริง ได้คำตอบแบบเรียลไทม์ และได้รับข้อเสนอแบบจำกัดเวลา ก็สามารถกระตุ้นผลลัพธ์ทางการขายได้อย่างน่าประทับใจ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Tommy Hilfiger ซึ่งมีการรายงานว่าสามารถขายเสื้อฮู้ดได้ 1,300 ตัวภายในสองนาทีระหว่างที่สตรีมครั้งหนึ่งในจีน
การมีส่วนร่วมของลูกค้าในระดับลึกยิ่งขึ้น
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดเปลี่ยนการช้อปปิ้งให้เป็นประสบการณ์ ผู้ชมมักจะอยู่นานกว่าผู้ซื้อสินค้าอีคอมเมิร์ซแบบดั้งเดิม (10, 20 หรือแม้แต่ 30 นาที) แสดงความคิดเห็นแบบเรียลไทม์ และรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง การปฏิสัมพันธ์ในระดับนี้สามารถสร้างสิ่งที่หลายแบรนด์ใช้เวลาหลายปีในการพยายามสร้าง นั่นคือ การเชื่อมโยงทางอารมณ์ ผู้คนมักจะกลับมารับชมสตรีมในอนาคต จำได้ว่าใครเป็นผู้จัด และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผู้ซื้อซ้ำ
การซื้อที่มั่นใจมากขึ้น
การเห็นสินค้าเคลื่อนไหว ได้ฟังความรู้สึกจากการใช้งาน ความพอดีหรือการทำงานของสินค้า และการได้รับคำตอบแบบฉับไวสำหรับคำถามเฉพาะเจาะจง ล้วนลดความไม่แน่นอนที่จะทำให้ผู้ชมทิ้งรถเข็นหรือเกิดความเสียใจหลังจากที่ซื้อสินค้า ผู้ชมสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรอบด้านขึ้น ซึ่งมักส่งผลให้มีการคืนสินค้าน้อยลงและระดับความพึงพอใจสูงขึ้น
มูลค่าต่อรถเข็นเพิ่มขึ้น ขายต่อยอดได้มีประสิทธิภาพขึ้น
เซสชันไลฟ์สดมักแสดงการจับคู่สินค้าที่ผู้ซื้ออาจไม่สามารถค้นพบด้วยตัวเอง ผู้จัดอาจสาธิตให้เห็นว่าสินค้าสองชิ้นใช้ร่วมกันอย่างไร หรือแนะนำสินค้าเสริมระหว่างการสตรีม วิธีนี้ช่วยสร้างโอกาสในการขายต่อยอดที่เกิดขึ้นเอง และมักส่งผลให้มูลค่าต่อคำสั่งซื้อโดยเฉลี่ยสูงขึ้นในช่วงกิจกรรมไลฟ์สด เมื่อเทียบกับการขายตามปกติบนเว็บไซต์
ข้อเสนอแนะแบบเรียลไทม์
แชทสดเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกอันล้ำค่าเกี่ยวกับชุมชน คุณจะเห็นว่าผู้ชมถามอะไร ลังเลเรื่องใด และตื่นเต้นกับสิ่งไหน วงจรข้อเสนอแนะจะเกิดขึ้นทันทีและตรงไปตรงมา บางแบรนด์นำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงข้อความอธิบายสินค้า ขณะที่บางรายใช้เพื่อตัดสินใจว่าจะนำเสนอสินค้าใดเป็นลำดับถัดไป
แพลตฟอร์มสำหรับการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดที่นิยมใช้มีอะไรบ้าง
ภูมิทัศน์ของการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดประกอบด้วยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรายใหญ่ มาร์เก็ตเพลสค้าปลีก และเครื่องมือสำหรับการขายผ่านการไลฟ์สดที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ แต่ละส่วนมีบทบาทแตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย ภูมิภาค และโมเดลธุรกิจ
แพลตฟอร์มโซเชียลระดับโลก
TikTok Shop เป็นผู้นำในตลาด โดยแพลตฟอร์มลักษณะเดียวกันในจีนอย่าง Douyin มีส่วนสำคัญในการกำหนดรูปแบบการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สด และ TikTok กำลังขยายโมเดลนี้ไปทั่วโลก ในปี 2024 มีรายงานว่ายอดขายจาก TikTok Shop สูงกว่า Shein และ Sephora ในบางหมวดสินค้า ปัจจุบัน TikTok Shop ให้บริการโซลูชันการขายแบบครบวงจร ที่มาพร้อมการชำระเงินภายในสตรีม การติดแท็กสินค้า ไปจนถึงระบบดำเนินการตามคำสั่งซื้อที่ผสานรวมอยู่ในแพลตฟอร์มเอง
Instagram และ YouTube ก็เปิดให้ช้อปปิ้งผ่านการไลฟ์สดและให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้ของครีเอเตอร์ โดย Instagram อนุญาตให้ครีเอเตอร์ติดแท็กสินค้าในไลฟ์สด ในขณะที่ YouTube อนุญาตให้ปักหมุดสินค้าและสามารถผสานการทำงานกับหน้าร้านได้
มาร์เก็ตเพลสค้าปลีก
ในเอเชีย Taobao Live (Alibaba), Kuaishou และ Pinduoduo ครองตำแหน่งผู้นำด้วยสตรีมความถี่สูงและระบบชำระเงินที่ฝังอยู่ในสตรีมโดยตรง ขณะที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Shopee Live มียอดการใช้งานสูงมาก โดยเฉพาะในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย Amazon Live ยังมียอดการใช้งานค่อนข้างน้อยในสหรัฐอเมริกา แต่ก็ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้ซื้อที่มีความตั้งใจสูงในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย
เครื่องมือเฉพาะทาง
แพลตฟอร์มเช่น CommentSold, Bambuser และ NTWRK ขับเคลื่อนการขายผ่านการไลฟ์สดบนเว็บไซต์ที่มีแบรนด์หรือในหลายช่องทาง ตัวอย่างเช่น CommentSold ได้ช่วยให้ผู้ค้าปลีกในอเมริกาเหนือสร้างยอดขายสินค้ามูลค่ามากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ผ่านสตรีมที่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้โดยตรง
คุณจะจัดการขายผ่านการไลฟ์สดและเชื่อมต่อการชำระเงินกับ Stripe ได้อย่างไร
การเริ่มสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งผ่านการไลฟ์สดนั้นง่ายกว่าที่คิด และการปรับปรุงเพื่อยกระดับทางเทคนิคก็ไม่ยุ่งยากเท่าที่หลายๆ ทีมคาดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี Stripe ช่วยขับเคลื่อนการชำระเงินในอีคอมเมิร์ซอยู่เบื้องหลัง
ขั้นตอนการจัดการขายผ่านการไลฟ์สดมีดังนี้
1. เลือกแพลตฟอร์ม
คุณสามารถไลฟ์สดบนโซเชียล (เช่น TikTok, Instagram และ YouTube) บนเว็บไซต์ของคุณเอง หรือผ่านแอปสำหรับการขายผ่านการไลฟ์สดโดยเฉพาะ อาทิ CommentSold หรือ Bambuser แพลตฟอร์มโซเชียลมาพร้อมกับการเข้าถึงอยู่แล้ว ในขณะที่เครื่องมือของบุคคลที่สามช่วยให้คุณควบคุมได้มากขึ้น บางแพลตฟอร์ม (เช่น TalkShopLive) ให้คุณออกอากาศพร้อมกันในช่องทางต่างๆ ได้ ให้เริ่มต้นจากช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายของคุณใช้อยู่ หลายแบรนด์เริ่มต้นจาก Instagram หรือ TikTok แล้วจึงฝังการแสดงไลฟ์สดบนเว็บไซต์ของตนเองเมื่อเริ่มคุ้นเคยกับรูปแบบนี้แล้ว
2. เริ่มใช้ระบบอีคอมเมิร์ซ
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดจะประสบความสำเร็จดีก็ต่อเมื่อสามารถชำระเงินได้ง่าย นั่นหมายความว่าแค็ตตาล็อกสินค้าของคุณต้องซิงค์กัน สินค้าคงคลังมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์ และลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้โดยที่ไม่ต้องออกจากสตรีม
หากคุณใช้แอปสำหรับการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สด ก็จะมีคุณสมบัติด้านนี้ในตัวให้มากมายอยู่แล้ว หากคุณจะดำเนินการเองโดยตรง Stripe ก็จะช่วยให้การชำระเงินเป็นเรื่องง่าย คุณสามารถใช้ Stripe Checkout, Payment Links หรือผสานการทำงานผ่านอินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมแอปพลิเคชัน (API) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความยืดหยุ่นที่คุณต้องการ นอกจากนี้ Stripe รองรับบัตรทั่วโลก กระเป๋าเงินดิจิทัล และวิธีการในแต่ละพื้นที่
ผู้ขายบางรายทิ้งลิงก์การชำระเงินสำหรับสินค้าหนึ่งโดยเฉพาะไว้ในแชทโดยตรง บางรายเพิ่ม "ซื้อเลย" ซ้อนทับลงไป ซึ่งจะทริกเกอร์การชำระเงินที่โฮสต์โดย Stripe ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด Stripe จะจัดการขั้นตอนการชำระเงินให้แบบครบวงจร (การอนุมัติ ระบบป้องกันการฉ้อโกง ใบเสร็จ และการชำระเงิน) โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบเอง
หากคุณกำลังสร้างแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส Stripe Connect จะทำให้สามารถกำหนดเส้นทางการชำระเงินระหว่างหลายๆ ฝ่าย (ครีเอเตอร์ ผู้จัด และผู้ขาย) พร้อมๆ กับจัดการกระบวนการเริ่มต้นใช้งาน การเบิกจ่าย และอื่นๆ CommentSold ปรับขนาดโมเดลของตนโดยใช้ Stripe เพื่อขับเคลื่อนการทำธุรกรรมกับผู้ขายผ่านการไลฟ์สดหลายพันราย
3. เรียกใช้เหตุการณ์ทดสอบ
ก่อนเริ่มไลฟ์สด ควรฝึกซ้อมการใช้งานล่วงหน้า โดยให้ทดสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่คุณภาพวิดีโอ ความพร้อมจำหน่ายของสินค้า ไปจนถึงขั้นตอนการชำระเงิน ใช้โหมดทดสอบของ Stripe เพื่อจำลองการชำระเงินและตรวจสอบว่ากระบวนการยืนยันทำงานได้ถูกต้อง การแก้ไขปัญหาล่วงหน้าจะช่วยให้ช่วงไลฟ์สดมีความพร้อมสำหรับการช้อปปิ้งมากขึ้น
4. เริ่มไลฟ์สดและสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อคุณเริ่มไลฟ์สดแล้ว ลูกค้าจะซื้อแบบเรียลไทม์ และ การชำระเงินจะเป็นไปอย่างเรียบร้อยปลอดภัยแม้ในช่วงที่มีจำนวนการเข้าชมพุ่งสูง หากคุณเสนอขายแบบแฟลชเซลหรือปล่อยสินค้าแบบจำกัดเวลา โครงสร้างพื้นฐานของ Stripe สร้างขึ้นเพื่อปรับขยายไปพร้อมกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งซื้อสิบรายการต่อนาทีหรือหมื่นรายการก็ตาม
เทรนด์การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดที่ควรจับตามองมีอะไรบ้าง
การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เริ่มต้นจากการเป็นรูปแบบเฉพาะกลุ่มได้กลายเป็นเทรนด์ระดับโลกในแง่วิธีที่ผู้คนค้นพบและซื้อสินค้า
จุดที่การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดพัฒนาต่อไปได้มีดังนี้
การเติบโตระดับโลกต้องปรับตัวตามพื้นที่
จีนยังคงเป็นผู้นำด้านการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สด แต่ตลาดแห่งอื่นๆ ก็กำลังเร่งฝีเท้าตามมา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีอัตราการนำไปใช้สูง โดยมีนักช้อปออนไลน์มากกว่า 70%ในประเทศไทยที่ซื้อสินค้าจากการขายผ่านไลฟ์สด ฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรปก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะบน TikTok และ YouTube เนื้อหาและน้ำเสียงที่ใช้ได้ผลในภูมิภาคหนึ่งอาจใช้ไม่ได้ผลในอีกภูมิภาคหนึ่งก็ได้ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จล้วนมีการปรับตัวตามภูมิภาค
อินฟลูเอนเซอร์กำลังขับเคลื่อนยอดขาย
มีครีเอเตอร์จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่กำลังเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการสร้างยอดขายจริงที่วัดผลได้แทนโปรโมชันสไตล์แอฟฟิลิเอต ปัจจุบันบางรายจัดไลฟ์สตรีมรายสัปดาห์เพื่อให้เกิดส่วนแบ่งรายรับ ผู้ขายที่เป็นครีเอเตอร์เหล่านี้ (เรียกอีกอย่างว่า ผู้ชี้นำความคิดเห็นทางการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Selling Opinion Leader หรือ eSOL)) กำลังขับเคลื่อนธุรกิจที่วัดผลได้
AI และการขายผ่านไลฟ์สดมาบรรจบกัน
ผู้ช่วยที่เป็น AI เริ่มปรากฏให้เห็นในแชทสด เช่นเดียวกับการแนะนำสินค้าอัตโนมัติและผู้จัดเสมือน เครื่องมือนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่มีทิศทางที่ชัดเจน: AI สามารถให้ข้อมูลเพิ่มขึ้น กำหนดเป้าหมายได้ดีขึ้น และรวบวงจรข้อเสนอแนะจากลูกค้าให้สั้นกระชับขึ้น
Stripe Checkout ช่วยอะไรได้บ้าง
Stripe Checkout เป็นรูปแบบการชำระเงินสำเร็จรูปที่สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้คุณรับชำระเงินบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ง่ายๆ
Checkout สามารถช่วยคุณทำสิ่งเหล่านี้ได้
เพิ่มการเปลี่ยนเป็นผู้ใช้แบบชำระเงิน: การออกแบบที่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่และขั้นตอนการชำระเงินแบบคลิกเดียวของ Checkout ทำให้ลูกค้าสามารถป้อนและนำข้อมูลการชำระเงินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างง่ายดาย
ลดเวลาในการพัฒนา: ฝัง Checkout ลงในเว็บไซต์ของคุณโดยตรง หรือส่งลูกค้าไปยังหน้าเว็บที่โฮสต์โดย Stripe ด้วยโค้ดเพียงไม่กี่บรรทัด
ปรับปรุงความปลอดภัย: Checkout จะจัดการข้อมูลบัตรที่ละเอียดอ่อน ทำให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI ได้ง่ายขึ้น
ขยายไปทั่วโลก: แปลงค่าบริการเป็นสกุลเงินต่างๆ ได้มากกว่า 100 สกุลเงินด้วย Adaptive Pricing ซึ่งรองรับมากกว่า 30 ภาษา และแสดงวิธีการชำระเงินแบบไดนามิกที่มีแนวโน้มจะเพิ่มการเปลี่ยนเป็นลูกค้าแบบชำระเงินได้มากที่สุด
ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง: ผสานการทำงานของ Checkout กับสินค้าอื่นๆ ของ Stripe เช่น Billing สำหรับการชำระเงินตามรอบบิล, Radar สำหรับการป้องกันการฉ้อโกง และอื่นๆ อีกมากมาย
รักษาการควบคุม: ปรับแต่งประสบการณ์การชำระเงินได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการบันทึกวิธีการชำระเงินและการตั้งค่าการดำเนินการหลังการซื้อ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมว่า Checkout ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ขั้นตอนการชำระเงินได้อย่างไร หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ