การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยส่งผ่านใบแจ้งหนี้ไปมาระหว่างระบบต่างๆ บนเครือข่ายที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งกระบวนการจะทำได้อย่างรวดเร็ว มีการเชื่อมต่ออยู่เสมอ และสร้างมาเพื่อโลกที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์อย่างแท้จริง ในประเทศออสเตรเลีย ขนาดของตลาดการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์เติบโตขึ้นถึง 445.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในปี 2024 และคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033\ แนวทางการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ของออสเตรเลียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเตรียมการเพื่ออนาคตแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนจากแนวทางการออกใบแจ้งหนี้มาตรฐานมาใช้การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นมาพร้อมความคาดหวังบางประการสำหรับธุรกิจ แพลตฟอร์ม และซัพพลายเออร์ภาครัฐรายต่างๆ
คำแนะนำที่ชัดเจนและละเอียดเกี่ยวกับการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลีย สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไป และวิธีเตรียมพร้อมรับมือมีดังด้านล่างนี้
เนื้อหาหลักในบทความ
- การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกในออสเตรเลียคืออะไร
- ความแตกต่างระหว่างการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์กับใบแจ้งหนี้แบบดิจิทัลมีอะไรบ้าง
- เหตุใดออสเตรเลียจึงใช้การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์
- กรอบการทำงานของ Peppol ทำงานอย่างไรในออสเตรเลีย
- ธุรกิจประเภทใดบ้างที่ต้องปฏิบัติตามกฎการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลีย
- กระบวนการส่งและรับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างไร
- การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์มีประโยชน์อย่างไรต่อแพลตฟอร์ม B2B และผู้ให้บริการชำระเงิน
- Stripe Invoicing ช่วยอะไรได้บ้าง
What is e-invoicing in Australia?
E-invoicing is how businesses exchange invoices without email, PDFs, or paper. Instead of sending a document, a business sends structured data, including invoice details that flow directly from one accounting system to another.
Unlike emailed PDFs, an e-invoice is machine-readable. The receiving system actually understands the details directly. That means no manual data entry and no copy-and-paste errors. You send the invoice from your software and it arrives in your customer’s system, fully formatted and ready to be paid.
In Australia, e‑invoicing means exchanging invoice data directly between systems using the Peppol network—a secure, global framework that connects businesses through a shared standard.
The Australian Taxation Office (ATO) manages Peppol in the country. It sets the rules, accredits providers, and ensures e‑invoicing meets Australia’s goods and services tax (GST) standards. But it doesn’t monitor or store invoices; the data goes straight from seller to buyer.
E‑invoices sent through Peppol must follow a specific format: Peppol International (PINT) A‑NZ, the invoicing standard used across Australia and New Zealand. It includes all the essentials, such as the Australian Business Number (ABN), GST, and payment terms, structured in a way both countries’ systems understand.
ความแตกต่างระหว่างการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์กับใบแจ้งหนี้แบบดิจิทัลมีอะไรบ้าง
ใบแจ้งหนี้ PDF อาจเป็นใบแจ้งหนี้แบบดิจิทัล แต่ยังต้องใช้คนในการเปิดใบแจ้งหนี้ อ่านใบแจ้งหนี้ และป้อนข้อมูลลงในระบบ โดยการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์จะไม่ต้องทำขั้นตอนเหล่านี้
ใบแจ้งหนี้ PDF อยู่ในรูปแบบเอกสาร ในขณะที่ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์อยู่ในรูปของข้อมูล PDF สร้างมาให้คนใช้ เนื่องจากจะแสดงข้อมูลแต่ไม่ได้ทำอะไรกับข้อมูลนั้น ส่วนใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์จะจัดโครงสร้างมาสำหรับซอฟต์แวร์ โดยจะอยู่ในรูปของข้อมูลที่เครื่องอ่านได้และลงในระบบของผู้ซื้อโดยตรง โดยไม่ต้องแนบไฟล์หรือพิมพ์ซ้ำ
เนื่องจากรูปแบบข้อมูลของใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ได้รับการกำหนดมาตรฐานผ่านเครือข่าย Peppol ระบบต่างๆ จึงสามารถตรวจสอบ บันทึก และจัดคิวใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรอการชำระเงินได้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดลดลง ลดการติดต่อโต้ตอบไปมา และช่วยให้เส้นทางการตรวจสอบมีความเป็นระเบียบมากขึ้น
เหตุใดออสเตรเลียจึงใช้การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์
ธุรกิจต่างๆ ในออสเตรเลียแลกเปลี่ยนใบแจ้งหนี้ประมาณ 1,200 ล้านใบต่อปี โดยประมาณ 90% ของใบแจ้งหนี้เหล่านี้ยังคงประมวลผลด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม ซึ่งหมายถึงการป้อนข้อมูลซ้ำ คัดลอกและวาง และไล่หาข้อผิดพลาดในการชำระเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นต้นทุนด้านการดูแลจัดการทั้งสิ้น
การเปลี่ยนไปใช้การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมาก:
ประหยัดต้นทุน: การนำระบบนี้ไปใช้อย่างเต็มรูปแบบอาจช่วยให้ธุรกิจประหยัดเงินอย่างมากในระบบเศรษฐกิจของออสเตรเลีย โดยธุรกิจแต่ละแห่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละปีได้ง่ายๆ เพียงแค่ลดงานดูแลจัดการและลดการแก้ไขข้อผิดพลาด
การชำระเงินที่รวดเร็วขึ้น: ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์จะเข้าถึงผู้ซื้อได้ทันทีและปรากฏในระบบเจ้าหนี้การค้าของผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งช่วยลดเวลาในการประมวลผลลงได้ โดยเฉลี่ยแล้ว ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลียจะได้รับการชำระเงินเร็วขึ้น 2.5 วันเมื่อเทียบกับใบแจ้งหนี้แบบเดิม
เพิ่มแม่นยำและลดการโต้แย้งการชำระเงิน: เนื่องจากใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นข้อมูลที่มีแบบแผนชัดเจน จึงมีโอกาสน้อยลงที่จะพิมพ์ผิด บรรทัดรายการที่ไม่ตรงกัน หรือช่องข้อมูลที่ขาดหายไป
ความเสี่ยงในการฉ้อโกงลดลง: การส่งใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์จะส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายที่ได้รับการยืนยัน ซึ่งทำให้มิจฉาชีพแฮ็กอีเมลใบแจ้งหนี้หรือแทรกแซงรายละเอียดธนาคารได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดกับการทำงานด้วยไฟล์ PDFอยู่เสมอ
การปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ดีขึ้น: ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของ Peppol มีช่องข้อมูลทั้งหมดที่ ATO กำหนดไว้สำหรับการจัดทำใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง ซึ่งจะนำไปเก็บถาวรและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
กรอบการทำงานของ Peppol ทำงานอย่างไรในออสเตรเลีย
Peppol เป็นเครือข่ายที่เอื้อให้สามารถออกใบแจ้งหนี้ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยจะปรับการจัดรูปแบบและส่งข้อมูลใบแจ้งหนี้ให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้ธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกันยังคงทำงานเชื่อมต่อกันได้
Peppol ใช้การตั้งค่าแบบกระจายสิทธิ์ดำเนินการที่เรียกว่า "โมเดลสี่มุม":
ผู้ขายจะสร้างใบแจ้งหนี้ในซอฟต์แวร์ของตน
ระบบส่งใบแจ้งหนี้ให้กับจุดเข้าใช้งานที่ได้รับการรับรอง
ใบแจ้งหนี้เดินทางผ่านเครือข่าย Peppol อย่างปลอดภัย
ระบบส่งใบแจ้งหนี้ไปยังจุดเข้าใช้งานของผู้ซื้อและส่งต่อไปยังซอฟต์แวร์ของผู้ซื้อ
Peppol ช่วยให้การออกใบแจ้งหนี้เป็นกระบวนการที่ร่วมมือกันได้ เมื่อคุณเข้าสู่เครือข่ายแล้ว คุณจะสามารถแลกเปลี่ยนใบแจ้งหนี้กับธุรกิจที่จดทะเบียนอื่นๆ หรือ หน่วยงานราชการได้ โดยไม่ต้องดำเนินการผสานการทำงานใดๆ
หากต้องการส่งใบแจ้งหนี้ คุณต้องใช้ ABN (หรือหมายเลขธุรกิจของนิวซีแลนด์) ของผู้รับ ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่อยู่เครือข่าย ระบบจะใช้ข้อมูลนี้ในการกำหนดเส้นทางใบแจ้งหนี้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องจัดการอีเมลติดต่อหรือกลับมายืนยันการส่งซ้ำๆ
ธุรกิจประเภทใดบ้างที่ต้องปฏิบัติตามกฎการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลีย
ณ เดือนธันวาคม 2025 ยังไม่มีข้อบังคับแบบครอบคลุมที่กำหนดให้ธุรกิจภาคเอกชนทั้งหมดในออสเตรเลียต้องใช้การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์
หากคุณออกใบแจ้งหนี้ให้กับรัฐบาลเครือรัฐ (Commonwealth government) รัฐบาลมีข้อกำหนดให้ต้องรับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่าย Peppol โดยหน่วยงานเครือรัฐที่ไม่ใช่นิติบุคคล (NCE) เริ่มรับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2022 และคาดว่าหน่วยงาน NCE ทั้งหมดจะต้องเปิดใช้งานการประมวลผลและการส่งใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติภายในเดือนธันวาคม 2026 ซึ่งจะช่วยให้ซัพพลายเออร์ได้รับเงินเร็วขึ้น โดยส่วนใหญ่มักได้รับชำระภายใน 5 วันทำการ
สำหรับธุรกรรมแบบ B2B ยังไม่มีการบังคับให้ออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ทิศทางในอนาคตค่อนข้างชัดเจน โดยกระทรวงการคลังได้เสนอแนวคิด Business e-Invoicing Right (BER) เพื่อค่อยๆ ผลักดันให้มีการใช้งานจนเป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ประโยชน์ของการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินเร็วขึ้น ลดต้นทุนการประมวลผล และลดข้อพิพาทด้านการชำระเงิน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการปรับตัว ทั้งนี้ ในงบประมาณปี 2024–2025 รัฐบาลกลางออสเตรเลียได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 23.3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดเล็กนำระบบ e-invoicing มาใช้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคาดว่าจะมีการนำระบบนี้มาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต
กระบวนการส่งและรับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างไร
สิ่งที่คุณต้องมีคือซอฟต์แวร์ที่สามารถเชื่อมต่อระบบการเงินและระบบบัญชีของคุณเข้ากับเครือข่าย Peppol ได้
ขั้นตอนมีดังนี้
เชื่อมต่อกับเครือข่าย Peppol
หากต้องการส่งหรือรับใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลีย คุณต้องลงทะเบียนบนเครือข่าย Peppol ก่อน โดยทั่วไปธุรกิจจะดำเนินการผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองหรือจุดเข้าใช้งานของ Peppol ซึ่งเป็นช่องทางที่ใบแจ้งหนี้ของคุณจะถูกส่งผ่านอย่างปลอดภัยและโดยตรง
ใช้รูปแบบที่ถูกต้อง
ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ในออสเตรเลียต้องเป็นไปตามรูปแบบ PINT A-NZ ซึ่งครอบคลุมข้อมูลทั้งหมดที่ ATO กำหนด รูปแบบนี้กลายเป็นข้อบังคับสำหรับการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์แบบ B2G ทั่วทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024
ระบุธุรกิจของคุณ
ABN ของคุณทำหน้าที่เป็นที่อยู่สำหรับการออกใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อคุณลงทะเบียนแล้ว ระบบจะเชื่อมโยง ABN เข้ากับธุรกิจของคุณบนเครือข่าย Peppol เพื่อให้ผู้อื่นสามารถส่งใบแจ้งหนี้ถึงคุณได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ที่อยู่อีเมลหรือข้อมูลติดต่ออื่นๆ
ให้ซอฟต์แวร์ทำงานยากๆ
หากระบบบัญชีของคุณรองรับการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว ขั้นตอนการตั้งค่าอาจทำได้ง่ายเพียงแค่เปิดใช้งานฟีเจอร์หรือกรอก ABN ของคุณ เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพจะจัดการเรื่องการจัดรูปแบบ การส่ง และการตรวจสอบความถูกต้องให้ทั้งหมดในเบื้องหลัง โดยสิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแคลิกปุ่ม "ส่ง" เท่านั้น
เก็บบันทึก
คุณยังคงต้องจัดเก็บใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 5 ปี เช่นเดียวกับเอกสารภาษีอื่นๆ แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์มักจะจัดการเรื่องนี้โดยอัตโนมัติ แต่คุณก็ยังควรตรวจสอบความถูกต้อง
การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์มีประโยชน์อย่างไรต่อแพลตฟอร์ม B2B และผู้ให้บริการชำระเงิน
การออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์กำลังกลายเป็นฟีเจอร์สำคัญของผลิตภัณฑ์ ผู้ให้บริการ การชำระเงินที่จัดการการเรียกเก็บเงินหรือการชำระเงินกำลังเดินหน้าผสานการทำงานของ Peppol เข้ากับขั้นตอนการทำงานของตนอยู่ ซึ่งบางส่วนก็ผสานลงไปในระบบของตนเลย และบางส่วนผสานการทำงานผ่านการเป็นพาร์ทเนอร์กับแอป
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ Stripe สามารถเชื่อมต่อแอปจาก Stripe App Marketplace เพื่อสร้างและส่งใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ Peppol ได้โดยตรงจากข้อมูล Stripe ของตน การผสานการออกใบแจ้งหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับผลิตภัณฑ์ B2B จะช่วยให้ลูกค้าปฏิบัติตามข้อกำหนดอยู่เสมอ รวมถึงรับเงินได้เร็วขึ้นและรองรับการดำเนินงานในอนาคตได้โดยไม่ต้องออกจากระบบของคุณ
Stripe Invoicing ช่วยเหลือคุณได้อย่างไร
Stripe Invoicing ทำให้ขั้นตอนบัญชีลูกหนี้การค้า (AR) ของคุณง่ายขึ้น ตั้งแต่การสร้างใบแจ้งหนี้ไปจนถึงการเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าคุณจะจัดการการเรียกเก็บเงินแบบครั้งเดียวหรือการเรียกเก็บเงินตามแบบแผนล่วงหน้า Stripe ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินเร็วขึ้นและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้
ทำให้การจัดการลูกหนี้การค้าเป็นไปโดยอัตโนมัติ: สร้าง ปรับแต่ง และส่งใบแจ้งหนี้แบบมืออาชีพได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด Stripe จะติดตามสถานะใบแจ้งหนี้ ส่งการแจ้งเตือนให้ชำระเงิน และดำเนินการคืนเงินโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้คุณดูแลกระแสเงินสดได้ดีอยู่เสมอ
เร่งกระแสเงินสด: ลดวันขายคงค้าง (DSO) และได้รับเงินเร็วขึ้นด้วยการชำระเงินทั่วโลกที่มีการผสานการทำงาน การแจ้งเตือนอัตโนมัติ และเครื่องมือการติดตามหนี้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ช่วยให้คุณสามารถกู้คืนรายรับได้มากขึ้น
ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า: มอบประสบการณ์การชำระเงินที่ทันสมัยด้วยการรองรับภาษามากกว่า 25 ภาษา, สกุลเงินมากกว่า 135 สกุล และวิธีการชำระเงินมากกว่า 100 วิธี โดยสามารถเข้าถึงและชำระใบแจ้งหนี้ได้ง่ายผ่านพอร์ทัลลูกค้าแบบสำเร็จรูป
ลดภาระงานในสำนักงาน: สร้างใบแจ้งหนี้ในไม่กี่นาทีและลดเวลาที่ใช้ในการเรียกเก็บเงินผ่านการแจ้งเตือนอัตโนมัติและหน้าการชำระเงินใบแจ้งหนี้ในระบบที่จัดการอัตโนมัติโดย Stripe
ผสานการทำงานกับระบบที่มีอยู่: Stripe Invoicing สามารถผสานการทำงานกับซอฟต์แวร์บัญชีและการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่เป็นที่นิยมได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณรักษาระบบให้ซิงค์กันและลดการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Stripe สามารถทำให้ขั้นตอนการจัดการลูกหนี้การค้าของคุณง่ายขึ้นได้ หรือเริ่มใช้งานเลยวันนี้
เนื้อหาในบทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปและมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นคําแนะนําทางกฎหมายหรือภาษี Stripe ไม่รับประกันหรือรับประกันความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความไม่เพียงพอ หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในบทความ คุณควรขอคําแนะนําจากทนายความที่มีอํานาจหรือนักบัญชีที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการในเขตอํานาจศาลเพื่อรับคําแนะนําที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ